DSM (25) – กระแสเงินสดแฝงคืออะไร แบ่งรายได้อย่างไร

กระแสเงินสดแฝง (Phantom cash flow) คือการลดค่าของทรัพย์สิน (หุ้น) ที่เราถือครอง และได้กระแสเงินสดออกมาจากทรัพย์สิน (หุ้น) โดยที่ยังถือครองทรัพย์สินนั้นอยู่ เหมือนคำกล่าวว่า “กำไรเมื่อซื้อ ไม่ใช่กำไรเมื่อขาย” เพราะการรอให้ราคาหุ้นสูงขึ้นถือว่าช้ามากและเสี่ยงมาก

ถ้าเปรียบเทียบได้กับเราถือสังหาริมทรัพย์ (หุ้น) ให้เช่า แล้วเก็บค่าเช่าทุกเดือน (กระแสเงินสดแฝงเก็บค่าเช่าทุกวัน) โดยที่เรายังเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ (หุ้น)นั้นอยู่ จะเห็นได้ว่าอัตราความเร็วของหุ้นที่ให้เช่าสามารถเก็บค่าเช่าทุกวันย่อมได้เร็วกว่าอสังหาริมทรัพย์ที่เก็บได้ทุกเดือน ดังนั้นหุ้นให้ผลตอบแทนที่สูงมากกว่าอสังหาริมทรัพย์ แต่อย่างไรเราก็ไม่สามารถที่จะมีแต่หุ้นได้อย่างเดียวแล้วจะทำอย่างไรดี ถ้าเราอยากได้อสังหาริมทรัพย์ อยากมีธุรกิจต่างๆ เพื่อจะได้สร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง และสิ่งของมีค่าอื่นที่เป็นทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดแฝงได้ แต่ก็มีค่าทางด้านจิตใจและจิตวิญญาณ ดังต่อไปนี้

หลังจากได้กระแสเงินสดแฝงแล้วเอาไปทำอะไรดี แบ่งอย่างไรดี

DSM (24) – DSM รับประกันเงินต้นคืน 100%

นักลงทุนทุกท่านเคยได้ยินการรับประกันในแบบต่าง ๆ กันมาแล้ว อย่างพวกอสังหาริมทรัพย์ มีการประกันอัคคีภัย มีประกันแผ่นดินไหว หรือ พวกขนส่งต่าง ๆ ก็มีการประกันภัยสินค้าและอุบัติ หรือ เมื่อเราไปรับประทานอาหารภัตตาคารที่มีชื่อเสียงไม่พอใจในรสชาติของอาหารก็ยังมีประกันความพอใจ หรือ ไปซื้อสินค้าพวกเครื่องไฟฟ้า เสื้อผ้า ก็ยังมีการรับประกันความพอใจ แต่ทำไมนักลงทุนในหุ้นถึงไม่มีใครรับประกันคืนเงินต้นทั้ง ๆ ที่มีแต่โบรกเกอร์ชื่อดังต่าง ๆ ออกบทวิเคราะห์ต่าง ๆ มากมายแล้ว ราคาหุ้นไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ให้ไว้กับนักลงทุนที่เป็นลูกค้าของโบรกนั้น ๆ ดังนั้นนักลงทุนหุ้นทุกท่านไม่มีโบรกไหนเลยที่จะรับประกันคืนเงินต้นแล้วอย่างนี้จะทำอย่างไรดี

ถ้าอย่างนี้ไม่มีโบรกไหนกล้ารับประกันคืนเงิน แล้วเราซึ่งเป็นนักลงทุนเองทำไมไม่รับประกันคืนเงินให้กันตัวของนักลงทุนเสียเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วนักลงทุนผู้ชาญฉลาดจะรับประกันคืนเงินให้กับตัวเองเสมอ แต่ถ้านักลงทุนบางท่านไม่สามารถรับประกันคืนเงินให้กันตนเองได้ อย่างนี้ต้องเรียกว่าเป็นนักพนันไม่ใช่นักลงทุน แต่จริง ๆแล้วในโลกแห่งการลงทุน มีนักพนันจำนวนมากที่คิดว่าตนเองเป็นนักลงทุน แล้วอย่างนี้เราซึ่งเป็นนักลงทุนจะทำอย่างไรถึงจะรับประกันเงินให้กันตัวเองได้ และต้องการเป็นนักลงทุนที่ชาญฉลาดจะทำอย่างไร

แต่มีการลงทุนหุ้นวิธี DSM สามารถรับประกันคืนเงินต้นให้กับตัวนักลงทุนเอง และที่สำคัญรับประกันคืนเงินต้นถึง 100% ถึงแม้ว่าราคาหุ้นจะไม่สูงกว่าตอนที่เริ่มซื้อหุ้นตอนเริ่มแรกก็ตามที ดังนั้นการเล่นหุ้นด้วยวิธี DSM เป็นการสร้างรายได้ให้ก่อเกิดกระแสเงินสดแฝงจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น เมื่อได้กระแสเงินสดแฝงมา แบ่งเป็นตามสัดส่วนของเงิน และนำเอา 25% เงินสำรองหนี้ มีการดึงเงินต้นออกมาจากเงินต้นทุนที่เริ่มลงลงทุน จนครบตามจำนวนเงินเริ่มต้นทั้งหมดอย่างนี้ก็เรียกว่าได้ เป็นการรับประกันคืนเงินต้นถึง 100% เลยที่เดียว

DSM (23) – 10 คำถามที่ดี ย่อมได้คำตอบที่ดี

1.ทำอย่างไรจึงจะซื้อหุ้นคืนได้ทั้งหมด
ตอบ. ด้วยมิติของเวลาเป็น Infinity ไม่ต้องกลัวที่จะซื้อคืนไม่ได้ สามารถซื้อคืนได้เสมอและรอจนกว่าราคาจะต่ำกว่าที่ขาย ถ้าราคาไม่ขึ้นไม่ลงมาอาจรอการแตกพาร์แล้วค่อยซื้อค่อย ขอให้ซื้อต่ำกว่าที่ขายเป็นใช้ได้

2. เมื่อซื้อคืนได้หมดแล้ว และหุ้นเปลี่ยนเป็นขาขึ้น จะทำอย่างไรกับหุ้นในมือ
ตอบ. ให้เอากระแสเงินสดแฝงเข้าซื้อเพิ่มหุ้น(หุ้นขึ้นได้หุ้น หุ้นลงได้เงิน) แล้วก็ปล่อยเล่นเป็นกองกลาง และกองหน้าเล่นขาขึ้นตามลำดับ โดยการขึ้นของหุ้นจะมีหุ้นตกเรียกว่าขาลงในขาขึ้น แสดงว่ามีจังหวะทำเงินตลอดเวลาอยู่ที่ว่าเกณฑ์ที่ท่านตั้งไว้เป็นอะไร

3. การวัดผลของการดำเนินงาน (พอร์ตหุ้น) ใช้อะไรเป็นตัววัดบ้าง
ตอบ. ค้นหาคำตอบได้ที่DSM (27) – หลักการตัววัดผล DSM ทั้ง 8 ตัว

4. หน้าที่ของหุ้นในพอร์ตคืออะไร
ตอบ. สร้างรายได้กระแสเงินสดแฝงและเพิ่มหุ้นขึ้นเรื่อยๆเหมือนการออกลูกออกหลานของหุ้น

5. หน้าที่ของกองหลังคืออะไร
ตอบ. ทำให้รู้ถึงจุดต่ำสุด และสิ่งที่สำคัญคือกองหลังนี้อย่ามองว่ามันเป็นหุ้นที่ปล่อยคุมพื้นที่ แต่มันเหมือน….เงินทุนสำรองสำหรับขยายงานในภาวะฉุกเฉินรวมทั้งเป็นแหล่งเงินสำรองสำหรับรองรับความผิดพลาดจากการดำเนินงานได้ด้วย

6.หน้าที่ของกองกลางคืออะไร
ตอบ. ใช้ตอนที่ตลาด Sideway และไม่ทำให้เราเสียหุ้นในมือเร็วและมากเกินไป

DSM (22) – DSM บุญหรือบาป

มีคำกล่าวว่า “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” หรือ “ตลาดหุ้นคืนบ่อนพนันที่ถูกต้องตามกฎหมาย” บุคคลภายในมองตลาดหุ้นเปรียบเสมือนบ่อนการพนัน ดังนั้นมีหลายคนหลายท่านบอกว่าการเล่นหุ้นมีคนได้มีคนที่เสียเงิน ดังนั้นน่าจะเป็นบาปกรรม เพราะคนที่ได้เงินบาปมีความโลภต้องการได้เพิ่มอีก ส่วนคนที่เสียเงินก็เสียใจ เศร้าใจ และอยากจะเอาคืนอีกบางคนหาเงินด้วยวิธีสุจริต หรือต้องกู้หนี้ยืมสินเพิ่มมาเล่นหุ้นเพียงเพื่อต้องการเองเงินคืนและคาดหวังว่าจะได้กำไรอีกด้วย เรื่องอย่างนี้ก็ย่อมเป็นธรรมดาสำหรับบุคคลที่จะคิดอย่างนี้ เพราะในตลาดหุ้นมีนักเก็งกำไรหรือนักพนันจำนวนมาก เหมือนคำกล่าวที่ว่า

การพนันไม่เคยทำให้ใครได้ดี
การพนันเป็นอุบายไปสู่ความยากจนอย่างแท้จริง
เมื่อชนะการพนันก็ลิงโลดใจ ใช้เงินอย่างไร้คุณค่าขาดความยั้งคิด
เมื่อเสียพนันก็หม่นหมอง ร่างกายและจิตใจหดหู่ เกิดความแค้นที่จะเอาชนะ
ยิ่งตั้งใจจะเอาชนะ ก็ยิ่งติดการพนันลึกจนยากจะถอนตัว

แต่ถ้าเปลี่ยนมาลงทุนหุ้นด้วยวิธี DSM การลงทุนในหุ้นเพื่อสร้างรายได้จากทรัพย์สิน (หุ้น) เพื่อรับกระแสเงินสดแฝงกับเงินปันผลแล้ววิธีนี้ไม่เป็นบาปหรือ นั้นเป็นคำถามที่ตามมา เราชาว DSMers มาวิเคราะห์กันซิว่าเป็นบาปหรือเปล่า หรือว่าได้บุญ ดังต่อไปนี้

1. ตอนขายหุ้นเราชาว DSMers ขายที่ Bid ทันทีโดยเฉพาะหุ้นกองหลังจะขายที่จุด Low สุดเสมอของวันของรอบเสมอ นั้นย่อมแสดงว่าคนที่ต้องการซื้อหุ้นและได้ตั้งรับซื้อหุ้นก็ย่อมได้หุ้นในราคาที่ถูกกว่านักเก็งกำไรท่านอื่น ๆ หมายความว่ามีคนต้องการซื้อหุ้นให้ได้ราคาถูกเราชาว DSMers ยินดีให้ขายหุ้นราคาถูกกว่าให้ด้วยความเต็มใจ ดังนั้นได้บุญเพราะทำให้ผู้อื่นมีความสุขได้รับสิ่งที่เค้าต้องการคือหุ้นราคาถูกที่สุด

DSM (21) – เมื่อหุ้นเป็นเทวดาตกสวรรค์จะทำอย่างไร

การเลือกหุ้นเพื่อลงทุนวิธี DSM ควรที่จะเลือกหุ้นออกมาจาก SET50 Index หรือ SET100 Index ซึ่งเป็นตัวที่เป็น BIG CAPS และจะเสนอรายชื่อหุ้นที่เป็น BIG CAPS 60 ตัว มีมูลค่าตลาดหุ้นรวมกัน 81% ถ้าหุ้นพวกนี้ขึ้น SET ก็ขึ้น ถ้าหุ้นพวกนี้ตก SET ก็ลง
รายชื่อหุ้นมีดังต่อไปนี้
PTT, SCC, ADVANC, PTTEP, BBL, TOP, KBANK, SHIN, KTB, THAI, SCB, SCCC, LH, AOT, ATC, TOC, RATCH, SCIB, TMB, BANPU, ITD, EGCOMP, NPC, BAY, SSI, BEC, TRUE, PSL, BOA, TTA, CP7-11, RCL, TPIPL, DELTA, UCOM, TUF, CPF, BECL, SYNTEC, NFS, EWC, TPC, KEST, CPN, UBC, HANA, PICNI, BGH, ITV, BIGC, KK, MCOT, SATTEL, ASP, TT&T, CK, MAKRO, TISCO, TNX, AA ทั้งหมด 60 ตัว

DSM (20) – เปรียบเทียบวิธีการลงทุนของ VI, DSM กับอสังหาริมทรัพย์

เปรียบเทียบการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของหุ้นแบบ VI, DSM กับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะทำให้เราเห็นภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน

VI… คือคนที่รู้ว่าทำเลทองอยู่ที่ไหน และที่สำคัญกว่าคือรู้ว่าทำเลทองที่ว่า ตอนนี้ราคาถูกมากและเข้าไปกว้านซื้อเก็บไว้ ถ้าเกิดจะมีคนมาขอซื้อต่อแพงๆ เรา VI ก็เฉยๆ เพราะเรารู้ว่าเราจับจองทำเลทองไว้อยู่ ในอนาคตเมื่อคนอื่นๆ รู้มากขึ้น การค้าก็ไหลมาเทมา รายได้จากค่าเช่าค่าเซ้งก็จะไหลมาเทมา และราคาที่ดินก็จะขึ้นตามไปด้วยในที่สุด

DSM…คือคนที่ประมาณได้ว่าทำเลทองอยู่ที่ไหน เลือกเอาที่คนพลุกพล่านหน่อยๆ จะได้ซื้อคล่องขายคล่อง แต่อาจจะไม่รู้ว่าราคาตลาดขณะนั้นเป็นราคาที่เหมาะสมหรือยัง ก็เข้าไปกว้านซื้อที่ไว้ เสร็จแล้วก็เอามาแบ่งขายเป็น lot เล็กๆ ที่ราคาตลาด ถ้าตลาดมี Demand สูงก็โก่งราคาหน่อย ถ้าปล่อยถูกๆ แล้วยังไม่มีคนเอาก็ตั้งราคาถูกลงไปอีก แต่ที่สำคัญเมื่อปล่อยไปแล้ว ก็ค่อยๆ ทยอยซื้อคืนเมื่อ lot ที่เราปล่อยขายไปนั้น ราคาตกลงมาต่ำกว่าราคาที่เราขายไป

รายได้จากการปล่อยขายนี้ เราก็เอาไปลงทุนในทำเลอื่นบ้าง เพิ่มพื้นที่ในทำเลเดิมบ้าง หรือย้ายทำเลไปจังหวัดใหม่บ้าง ตามแต่แผนการลงทุน

DSM (19) – เปรียบเทียบ VI กับ DSM แบบถึงลูกถึงหุ้น

บทนี้ได้เน้นการเปรียบเทียบ VI กับ DSM เจาะลึกแบบถึงลูกถึงหุ้นโดยเปรียบเทียบเป็นข้อๆไป ดังต่อไปนี้

1.การมองและวิธีคิด
VI… ข่าวดีปล่อย ข่าวร้ายซื้อ เป็นการสวนกระแสแบบพิจารณารอบคอบ เพราะเข้าใจอย่างดีว่าหุ้นตกแค่เพียงราคาในตลาดตกชั่วคราว แต่ถ้าบริษัทนั้นๆ มีความสามารถในการแข่งขันเชิงยั่งยืน (ส่วนต่างกำไรดีและการหมุนเวียนสินค้าคงคลังมีสภาพคล่อง) หมายถึงเราได้ของดีราคาถูก เราหาประโยชน์จากตลาดไม่ยอมให้อารมณ์ตลาดมาชักนำ ต่างจากคนทั่วไปที่ดูราคาเฉพาะกราฟหุ้น เพราะราคาหุ้นที่ผันผวนส่วนใหญ่เกิดจากจินตนาการในทางผิดๆ โดยเฉพาะเน้นไปทางร้าย ไม่ใช่ปัญหาธุรกิจ
DSM… มองหุ้นที่ถือและครอบครองเสมือนเป็นทรัพย์สิน ซึ่งต้องการสร้างรายได้จากทรัพย์สินนั้นๆ โดยได้รับกระแสเงินสดแฝงเปรียบเสมือนเก็บค่าเช่าจากทรัพย์สินชิ้นนั้นๆ ต้องเริ่มจากความเข้าใจในการลงทุน จะทำให้เกิดความคิดในการลงทุนที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะทำให้การลงทุนในหุ้นตามแนวทางนี้ และก็จะได้รับผลของการลงทุนอย่างคุ้มค่าอย่างต่อเนื่องและระยะยาวตลอดไปเรื่อย ทำให้เห็นว่าหุ้นตกก็ยิ้มได้และหุ้นขึ้นก็ยิ่งยิ้มได้ ดังนั้นยิ้มได้ทั้งสองทางไม่ว่าจะขึ้นหรือจะลง

2.ขาขึ้น
VI…ปล่อยให้ Port โตระยะยาว เก็บไปจนแก่ มีความสุขที่ทำได้
DSM…ปล่อยให้ Port โต ขายตามแผนที่วางไว้ได้รับกระแสเงินสดแฝงมากขึ้น มีความสุขเช่นเดียวกัน

DSM (18) – DSM ความเหมือนที่แตกต่าง

เปรียบเทียบความเหมือนที่แตกต่างกับการลงทุนชนิดอื่นๆ เช่น ลงทุนระยะยาว (VI = Value Investor), ลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร (VS = Value Speculator), ลงทุนวิธี DSM โดยเปรียบเทียบกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. ระยะเวลาการลงทุน
การลงทุนระยะยาว…ถือหุ้นระยะยาว
การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ถือหุ้นระยะสั้น
การลงทุนวิธี DSM…ถือหุ้นตลอดชีวิต

2. การเลือกหุ้น
การลงทุนระยะยาว…ดูพื้นฐานอย่างรอบคอบ
การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ดูหุ้นที่กำลังนิยมในขณะนั้นๆ
การลงทุนวิธี DSM…เลือกหุ้นที่ชอบและอยู่ได้นานในตลาดหุ้น

3. เป้าหมาย
การลงทุนระยะยาว…กำไรและเงินปันผล
การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…กำไร
การลงทุนวิธี DSM…รายได้จากกระแสเงินสดแฝงและเงินปันผล

4. เมื่อหุ้นเป็นขาลง
การลงทุนระยะยาว…เพิ่มเงินลงทุน เพื่อซื้อหุ้นเพิ่ม
การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ถือเงินสด แล้วรอสภาวะตลาดขาขึ้น
การลงทุนวิธี DSM…เพิ่มหุ้นโดยไม่เพิ่มเงินลงทุน

5. เมื่อหุ้นเป็นขาขึ้น
การลงทุนระยะยาว…ถือยาว รอจังหวะทำกำไรเมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยนไป
การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ทำกำไรเป็นรอบๆ
การลงทุนวิธี DSM…เพิ่มหุ้นโดยอาศัยกระแสเงินสดแฝงและช่องว่าง

DSM (17) – Q&A DSM จากใจถึงใจ

Q. สิ่งที่สำคัญที่สุดใน DSM คืออะไร
A. แนวคิดและใจ (วิธีการมาทีหลัง พลิกแพลงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา)
แนวคิดที่สำคัญจริงๆก็คือ เราต้องการหากระแสเงินสดแฝงจากการซื้อขายหุ้นในพอร์ตของเราเอง เพื่อมาเพิ่มจำนวนหุ้นในพอร์ต มูลค่าของพอร์ตจะเป็นอย่างไรยังไม่ใช่ประเด็นหลัก
ถ้าใจโลเลของชาว DSMers แบบลูกครึ่งจะแสดงออกมาเวลาที่หุ้นขึ้น ๆ ลง ๆ แล้วเราคาดเดาตลาด (สังเกตว่า เดาถูกเราดีใจ เดาผิดเราเสียดาย อะไรแบบนี้ เมื่อเกิดความรู้สึกแบบนี้ให้รีบฉุกคิดว่าตอนนี้กำลังเดาอยู่นะผิดวัตถุประสงค์แล้ว) โดยเฉพาะเวลาที่หุ้นขึ้น เราอยากจะขายตรงจุดที่คิดว่า Peak 100% เหมือนตอนเก็งกำไร ซึ่งเราก็รู้ว่าทำไม่เคยได้ก็เลยอยากจะหาวิธีที่ไม่ต้องเดาตลาดจึงมาเลือกวิธีนี้ พอมาเลือกแล้วจะเดากันอีกทำไม ถ้าอย่างนั้นก็มาเล่นเก็งกำไรกันให้สนุกสนานเหมือนเดิมแล้วก็ร้องไห้ขายหมูซื้องูกันต่อไปดีกว่าไหม
ดังนั้น DSMer พันธุ์แท้ต้องไม่เดาตลาดและไม่สนมูลค่าพอร์ต ถึงราคาขายต้องขายตาม Step ถึงราคาซื้อต้องซื้อตาม Step ระยะยาวแล้วเห็นผลเอง มองให้เป็นการลงทุนระยะยาว ๆ

DSM (16) – DSM 7 ข้อ ดั่งแก้วสารพัดนึก

ดั่งแก้วสารพัดนึกแบ่งได้เป็นข้อ ๆ ดังนี้

1. DSMers ต้องเข้าใจว่า เป้าหมายของเราคือ การเก็บสะสมหุ้นให้ได้มากขึ้นโดยไม่ต้องใช้เงินเพิ่ม

2. DSMers ต้องไม่สนใจมูลค่าพอร์ตหุ้นไม่ว่าจะมีมูลค่าเพิ่มหรือลดลง

3. DSMers สนใจแต่กระแสเงินสดแฝง เพราะกระแสเงินสดแฝงคือรายได้ ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งการเพิ่มจำนวนหุ้น การเร่งเพิ่มกระแสเงินสดแฝง โดยยังไม่เข้าใจดีพอเป็นอันตรายพอควร เช่น การใช้กระแสเงินสดแฝงในอนาคตนั้นปลอดภัยดีจริง แต่หากยังไม่ชำนาญอาจพอร์ตชอร์ตได้ จุดสำคัญที่สุดของการขยายพอร์ต คือ ต้องไม่เกิดกระแสเงินสดชอร์ต เมื่อใดก็ตามที่ท่านเพิ่มเงินเพราะภาวะเงินชอร์ต ท่านกำลังเข้าสู่การสูญเสียการควบคุมบัญชีของท่านเหมือนกับการลงทุนขาดทุนแล้วเอาเงินลงไปอีกหรือเหมือนซื้อหุ้นเฉลี่ยขาลง ซึ่งไม่ควรทำที่สุดอย่างหนึ่ง

4. การเข้าซื้อยังคงมีความสำคัญมาก ส่วนจะเข้าซื้ออย่างไร เช่นไร ล้วนแล้วแต่การฝึกฝนในแนวทางของตน หากเข้าซื้อแล้วหุ้นลงเริ่มสร้างได้กระแสเงินสดแฝงได้เลย แล้วถ้าหุ้นขึ้นมูลค่าเพิ่ม (ไว้ไปได้กระแสเงินสดแฝงที่มากขึ้น) ล้วนแล้วแต่ดีทั้งนั้น แต่อย่าลืมว่าไม่ได้ดูที่มูลค่าพอร์ตที่เพิ่มขึ้นหรือว่าลดลงแต่อย่างไร

5. DSMers ยิ้มตลอดเวลา ไม่เครียด เพราะหุ้นขึ้นทำให้มูลค่าเพิ่มเพื่อได้กระแสเงินสดแฝงมากขึ้น เมื่อหุ้นลงจะเกิดรายได้จากกระแสเงินสดแฝงจากหุ้นทันที ดังนั้น DSMers จึงยิ้มตลอด ก้าวเข้าสู่เส้นชัย อิสรภาพทางการเงินอย่างสบายอารมณ์

Tag Cloud