ถอดรหัสตลาดหุ้น #บทส่งท้าย: อย่าให้ใครมาขโมยความฝันของเราไป

ตอนเข้าสู่ตลาดหุ้นตลาดฟิวเจอร์ใหม่ๆ ทุกท่านก็ล้วนมีความหวัง ความฝัน …. ฝันของท่าน อาจจะเป็นไปเพื่อเกษียณก่อนกำหนด เพื่อขึ้นแท่นเศรษฐีวัยเยาว์ เพื่อสร้างครอบครัวที่มั่นคง เพื่อให้เงินงอกเงยโตทันเจ้าตัวเล็กที่อีกไม่กี่ปีจะต้องไปเรียนต่อในต่างประเทศ เพื่อให้เงินบำนาญเพิ่มพูนขึ้นในวัยเกษียณ เพื่อมีรายได้ประจำจากเงินปันผล มาชดเชยดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารที่ต่ำเกินไป ฯลฯ

แต่หลายท่านกลับละทิ้งความฝันไปอย่างง่ายดายตั้งแต่ยกแรกๆ เมื่อเผชิญกับขาดทุน แล้วก็หาเหตุผลต่างๆ มาอธิบายว่า ทำไมท่านจึงไม่เหมาะที่จะอยู่ในตลาดฯ จนลืมไปว่ากว่าท่านจะเติบโต จนกระทั่งจบการศึกษา จนกระทั่งทำงาน และมีเงินมาซื้อขายหุ้นและฟิวเจอร์ มันยากเย็น และ ผ่านการขาดทุนมามากกว่านั้นเยอะ

งานที่ท่านทำอยู่ เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินเดือนที่ต่ำกว่า Fair Value ของท่าน เกิดจากการ “ลงทุน” ในการศึกษาหาความรู้ มาเป็นระยะเวลายาวนาน กว่าจะจบปริญญาตรีก็ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 15 ปี ลงทุนรวมเป็นล้านบาท แถมบริหารความเสี่ยงจากการเรียนต่อ และ การทำงานได้จำกัดอีกด้วย เพียงเพื่อมาเริ่มต้นรับปันผลหลักหมื่น! ……… วันนี้ท่านเข้ามาทำงานในสิ่งที่คนทั่วๆไปไม่สามารถมาทำหน้าที่แทนท่านได้ หากเขาเหล่านั้นไม่ได้ศึกษาและมีประสบการณ์การทำงานเทียบเท่าท่าน งานที่ท่านทำอยู่จึงต้องใช้ความสามารถและประสบการณ์สั่งสมมากกว่า โดยที่ท่านเองก็ยังคงได้รับเงินเดือนแบบ undervalued แม้ศักยภาพของท่านจะมากกว่านั้นเยอะก็ตาม

ถอดรหัสตลาดหุ้น #16 วาทะรับน้อง

มาถึงตอนท้ายของเล่มแล้ว เชื่อว่าทุกท่านที่อ่านมาตั้งแต่ต้นจะเริ่มมองเห็นภาพรวมและสิ่งซ้อนเร้นที่มีอยู่จริงในตลาดหุ้น รวมถึงแนวคิดในการพัฒนากลยุทธ์ของตน เพื่อมารับมือกับสิ่งที่ตนต้องฟันฝ่าไปให้ได้ในตลาดหุ้นแล้ว

ก่อนจบเล่ม ผมได้ทำการขอนัดสัมภาษณ์นักลงทุนรายย่อยรุ่นเยาว์ 2 ท่าน ซึ่งทุกวันนี้อยู่ในระดับโปรเฟสชั่นนั่ล รวมทั้งได้ขอนัดพบปะพูดคุยกับ “ป๋าบุญ” พี่เลี้ยงผู้มากประสบการณ์ และ ได้ทำการถอดเทปบันทึกนั้นมาฝากเป็นการปิดท้าย

ทั้ง 2 ท่านแรก เป็นเซียนหุ้นที่ประสบความสำเร็จสูงอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับบรรดานักลงทุนวัยเดียวกัน และ ปัจจุบันทั้งคู่อายุยังไม่ถึง 30 ปี ด้วยซ้ำ รุ่นเยาว์จริงๆ ส่วน “ป๋าบุญ” จะไม่กล่าวถึงเลยไม่ได้แน่ เพราะ “ป๋าบุญ” นอกจากจะเป็นที่ปรึกษาในกลยุทธ์การเทรดการลงทุนแล้ว “ป๋าบุญ” ยังเป็นพี่เลี้ยงที่ดีให้กับกลุ่มเราในการเริ่มต้นสู่ตลาดหุ้นด้วย

ทั้ง 3 ท่านนี้ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง และได้ขอร้องให้ทางทีมงานของเราไม่เปิดเผยชื่อและนามสกุล รวมทั้งรายละเอียดอื่นก่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ถอดรหัสตลาดหุ้น #15 รวยเรื้อรัง หันหลังให้คำว่าเจ๊ง

“ช่วงที่เรายังเรียนหนังสือไม่เก่ง ผมจะใช้วิธีลอกข้อสอบ คิดถึงสมัยเรียนหนังสือ อยากสอบให้ผ่าน ก็ต้องแอบมองข้อสอบคนอื่น แต่คุณอย่าไปลอกข้อสอบคนที่เรียนไม่เก่ง เราต้องลอกข้อสอบจากคนที่เก่งกว่า” ……. วิชัย วชิรพงษ์ (เสี่ยยักษ์) รายใหญ่ต่างยกนิ้วให้ว่าเป็น “เสือ” ในวงการหุ้นตัวจริง

ในบทนี้ อยากขอยกวาทะเซียนหุ้นทั้งหลายที่เป็นเสมือนอาจารย์หุ้นของผมและทีมงาน มาฝากทุกท่าน อันเป็นการถอดประสบการณ์ของจริงที่ท่านเหล่านั้นประสพความสำเร็จจากฝีมือ และ จากการหมั่นพัฒนา จนร่ำรวยด้วยหุ้นมาแล้ว ก่อนที่ท่านผู้อ่านจะออกไปลุยตลาดหุ้น

เสี่ยแตงโม: ไม่ซื้อดักรอ เพราะกลัวรอดักดาน หากมีสัญญาณซื้อ จะใช้สูตร 5-3-2

เริ่มจาก คุณสมเกียรติ วงศ์คุณทรัพย์ หรือ “เสี่ยแตงโม” เซียนหุ้นหาดใหญ่ จากช่างตัดผมผู้เริ่มต้นด้วยเงินลงทุน 8 หมื่นบาท และในระยะแรกเล่นหุ้นจนเหลือเงินเพียง 3 หมื่น แล้วขอเงินแม่มาเพิ่มทุนอีก 5 หมื่น จนปัจจุบันท่านได้ขึ้นแท่นรายใหญ่พันล้านแห่งวงการหุ้นไทย เจ้าของวาทะ “เล่นหุ้นให้ได้กำไรชัวร์ๆ ต้องซื้อที่ New High”

ถอดรหัสตลาดหุ้น #14 กลโกงปั่นหุ้น

ถ้าไม่พูดถึงการปั่นหุ้นเลย ก็จะดูไม่สมบูรณ์ใช่ไหมครับ เพราะมันมีอยู่จริงในตลาดหุ้น

แต่ที่เอามาเล่าในที่นี้ ไม่ใช่สนับสนุนการปั่นหุ้นนะครับ เพราะการปั่นหุ้นผิดศีล ผิดกฎหมาย ผิดจรรยาบรรณ ฯลฯ

บาปกรรมอีกต่างหากที่ร่ำรวยบนความเสียหายของผู้อื่น ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ เราๆท่านๆ ที่เป็นนักลงทุนรายย่อย หรือ ที่กลุ่มปั่นหุ้นเรียกเหยื่อของเขาว่า”แมงเม่า” นั่นแหละ

บทนี้จึงเป็นเหมือนเปิดโปงพวกปั่นหุ้นให้พวกเราได้ ”รู้ทันเกม” มากกว่า จะได้ไม่หลงตกไปเป็นเหยื่อของพวกขอทานใส่สูท

จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นหุ้นใหญ่หรือหุ้นเล็ก ไม่ว่าจะเป็นหุ้นฝรั่งหรือหุ้นไทย มันก็ต้องไล่ราคาทั้งนั้นแหละ ไม่งั้นมันก็ไม่ขึ้นหรอก

แต่ในที่นี้เราจะมุ่งเน้นไปที่หุ้นปั่นก็แล้วกันครับ เพราะหุ้นพวกนี้เป็นอันตรายมากกว่า ไม่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุน เราจึงต้องรู้เท่าทันเป็นพิเศษ

เดี๋ยวเราตามไปดูพร้อมๆกันดีกว่า ว่าการปั่นหุ้นเขามีกระบวนการอย่างไร เพื่อจะได้ไม่ต้องกลายเป็น แมงเม่าบินเข้ากองไฟ ไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพในตลาดหุ้น

ก่อนกระบวนการไล่ราคาเกิดขึ้น กลุ่มปั่นหุ้นก็จะต้องทำการเลือกหุ้นก่อนครับ

ครั้นจะเลือกหุ้นที่มีกองทุนถืออยู่ก็คงไม่ดีแน่ เพราะไล่ๆราคาอยู่กองทุนอาจขายไม้ใหญ่ใส่มาก็ได้ ถ้าราคามันปรับตัวสูงไปกว่าปัจจัยพื้นฐานมาก
ข้อสำคัญอีกอย่าง คือ ต้องพูดคุยเจรจากับเจ้าของกิจการก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวเจอดี เพราะเจ้าของกิจการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีหุ้นให้ขนออกมาขายได้ไม่อั้น

ถอดรหัสตลาดหุ้น #13 กลลวง ข่าวลือ

“ทุ่งกล้า กลับเข้ามาในตลาดเที่ยวนี้ ผมมองว่า ราคามันควรจะวิ่งไปถึง 12 บาท มันจึงจะเหมาะสม”

“เนี่ยะ หุ้นรับเหมาอีเอซี เฮียเค้าหวังปั้น รายใหญ่ล้วนกอดหุ้นกันหมด อีกไม่นานจะได้เห็นการก้าวกระโดดของบริษัท คอยดูแล้วกัน เจ๊เองก็จะถือยาวเลยล่ะ ไม่ขายเด็ดขาด ขายไปก็ไม่มีทางได้ซื้อคืนหรอก”

อาจจะจริงก็ได้ หรือ ไม่จริงก็ได้ครับ เราไม่ใช่ผู้กุมชะตาของหุ้นตัวนี้

แต่ที่แน่ๆ ถ้าข่าวลือแพร่หลายในวงกว้างอย่างเป็นระบบ จนใครๆก็รับรู้ข่าว แสดงว่าผู้กุมชะตามีความพยายามให้ข่าวกระจาย เพื่อหวังผลทางใดทางหนึ่ง เช่น ต้องการให้มวลชนเข้าซื้อ เพื่อตนจะขายได้ราคาดี หรือ ต้องการให้มวลชนขาย เพื่อจะได้เข้าเก็บของ

เพราะถ้าเป็นความลับสุดยอดจริง ข่าวจะไม่มาถึงเราๆท่านๆ ครับ

เนื่องจาก ผู้กุมข่าวและใช้ประโยชน์จากข่าวนั้น จะเป็นผู้ได้ผลประโยชน์มหาศาล หากสาธารณชนยังไม่ทราบข่าว และหากทุกคนมีข้อมูลเสมอภาคเท่าเทียมกัน ราคาจะวิ่งรับข่าวในเวลาอันรวดเร็วจนไม่เหลือส่วนต่างให้หาประโยชน์

ตอนประเทศไทยจะลอยตัวค่าเงินบาท สมัยรัฐบาล พลเอก ชวลิต ท่านได้ข่าวลือมาก่อนไหมคับ

ถอดรหัสตลาดหุ้น #12 กลวิธี สงครามกองโจร

“เอ็งมา ข้ามุด เอ็งหยุด ข้าแหย่ เอ็งแย่ ข้าตี เอ็งหนี ข้าตาม” นอกจากจะนำไปใช้ในการรบแบบสงครามกองโจรแล้ว ยังมีการนำมาใช้ในตลาดหุ้นโดยรายใหญ่เสมอ

จะว่าไปแล้ว กลวิธี สงครามกองโจร ก็แสบไม่แพ้ กลวิธี สวนควันปืนเล่นสวนทางมวลชนนะครับ

ต่างกันเพียงการสวนควันปืนเล่นสวนทางมวลชนนั้น จะใช้จิตวิทยาและอำนาจเงิน ควบคุมตลาด ในขณะที่กลวิธีสงครามกองโจร จะใช้ข่าววงในและอำนาจบริหารควบคุมราคาหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง

ผมสังเกตเห็นตามเว็บบอร์ดหุ้นหลายแห่งมักตั้งข้อสงสัยว่า นักวิเคราะห์บางค่ายเชียร์ซื้อให้รายใหญ่ออกของ เชียร์ขายให้รายใหญ่เข้าเก็บ นักวิเคราะห์แนะให้ซื้อ มันกลับลง พอแนะขาย มันกลับขึ้น

ผมขอฟันธงเลยว่า นักวิเคราะห์ “ส่วนใหญ่” ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

แต่รายใหญ่ต่างหากที่กำลังทำสงครามกองโจรกับคุณ

การที่นักวิเคราะห์เชียร์ให้ซื้อแล้วลง เชียร์ให้ขายแล้วขึ้น ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีความรู้ ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีเครื่องมือในการทำงานที่ดีพอนะคับ

ความรู้และเครื่องมือในการวิเคราะห์การลงทุนของนักวิเคราะห์ ออกจะมีมากมายหลายหลาก

แต่ทุกวันนี้ รายใหญ่ หรือ เจ้าของบริษัท เขามักจะเลือกคนเก่งกราฟมาดูแลราคาหุ้น และใช้เครื่องมือเหล่านั้นมาหาประโยชน์ส่วนตนอีกที

ถอดรหัสตลาดหุ้น #11 กลวิธี สวนควันปืน เล่นฝืนมวลชน

“Beating the Market – by Going Against the Crowd” เป็นหลักการสำคัญของบรรดากองทุนข้ามชาติขนาดยักษ์ ในการกำหนดกลยุทธ์การลงทุน ซึ่งปัจจุบันเจ้าของบริษัทและรายใหญ่ก็ไม่น้อยหน้า มีการประยุกต์หลักการนี้มาใช้ในหุ้นรายตัวให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

เล่นสวนชาวบ้านซะงั้น ….. ข่าวดีจะขาย ข่าวร้ายจะซื้อ …..

เราจะซื้อเมื่อมวลชนล้วนอยากขาย และ เราจะขายเมื่อมวลชนล้วนอยากซื้อ

กองทุนต่างชาติขนาดใหญ่เงินทุนหนา ช่วงหลังๆมานี้เขาใช้กลวิธีนี้กับตลาดหุ้นไทยครับ

ในภาษาอังกฤษเรียกนักลงทุนกลุ่มนี้ว่า “Contrarian”

โดยทั่วไปแล้วกลุ่ม Contrarian จำเป็นจะต้องมีเงินลงทุนหนา สายป่านยาว และ มีความอดทนเป็นเลิศที่จะรอคอยการพลิกฟื้นของสถานการณ์

กลุ่ม Contrarian มีความเชื่อว่า นักลงทุนมักจะตื่นตระหนกจนราคาหุ้นร่วงลงมาเกินเหตุ ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ราคาหุ้นก็ควรจะวิ่งกลับไปสู่มูลค่าที่ควรจะเป็นของกิจการได้ในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบริษัทนั้นยังมีฐานะทางการเงินที่ดี มีอัตราการเจริญเติบโตสูง และ มีเงินปันผลจ่ายแก่ผู้ถือหุ้นในอัตราที่สูง ซึ่งเป็นเสมือนเกราะป้องกันพอร์ตชั้นดีจากความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการลงทุน

ถอดรหัสตลาดหุ้น #10 กลวิธี ขึ้นขายก่อน อ่อนซื้อกลับ

“หุ้นเก็งกำไรทุกวันนี้คุณอย่าคิดว่าหมูนะ เขาไม่ลากยาวให้พวกคุณมากินเงินเขาฟรีๆหรอก ถ้าคุณจะเก็งกำไร คุณต้องใช้ “ทฤษฎีปิงปอง” คุณท่องไว้ “ขึ้นขาย-ลงซื้อ” “ขึ้นขาย-ลงซื้อ” “ขึ้นขาย-ลงซื้อ” “ขึ้นขาย-ลงซื้อ” ……… เซียนหุ้นร้อยล้านท่านหนึ่งเผยเคล็ดลับ ขึ้นขายก่อน อ่อนซื้อกลับ ให้ฟัง

ทำไมเซียนหุ้นท่านนี้ ถึงระบุว่าในอดีตหากเราซื้อหุ้นตัวไหนแล้วมันวิ่งเราถือยาวได้เลย แต่เดี๋ยวนี้ขึ้นมาต้องขาย แล้วค่อยรอรับใหม่ด้านล่าง เดี๋ยวไปดูกลวิธีของรายใหญ่พร้อมๆกันครับ

ทุกวันนี้เขาพัฒนาแล้วครับ เขาใช้ทีมงาน เขาเอาเทรดเดอร์ที่เก่งกราฟและเก่งจิตวิทยาการลงทุนมาทำหน้าที่แทน และทำแบบทีมพันธมิตร ไม่ใช่หุ้นใครหุ้นมันเหมือนก่อน

หมดยุคเถ้าแก่ใช้แต่กำลังเงินแล้วครับ เพราะวิธีลากยาวแบบเก่ามันใช้เงินเยอะ ไม่มีประสิทธิภาพ เลยต้องเอาเซียนกราฟมาสร้างกราฟหลอกล่อให้เราซื้อ ให้เราถือ ให้เราขาย ให้เรากระทำไปในทิศทางที่เขาต้องการให้เราเป็น เพื่อประสิทธิภาพในการใช้กำลังเงิน

ทุกวันนี้แนวรับแนวต้านใครๆก็รู้พอๆกัน แต่โวลุ่มเทรดนี่สิ จะเป็นตัวยืนยันว่าขึ้นจริงหรือลงจริง หรือไม่

กรณีราคาขึ้นและมีโวลุ่มเข้า จะยิ่งเป็นการยืนยันการขึ้น แบบนี้ต้องซื้อ

ถ้าโวลุ่มเข้าแต่ราคานิ่งนานเกินไป ต้องหยุดดูทีท่าก่อนล่ะ อย่าไปเคาะขวาซื้อเพลิน เพราะอาจอยู่ระหว่างการรินขายเติมขายไม่หยุดหย่อนก็ได้

ถอดรหัสตลาดหุ้น #9 ย้อนรอย วัฏจักรตลาดหุ้น

ก่อนที่เราจะไปดูกลลวงเจ้ามือ กลเม็ดรายใหญ่ในตอนต่อจากนี้ไป เรามาเริ่มย้อนรอยตามดูวัฎจักรของตลาดหุ้นกันก่อนดีกว่าครับ ว่าแต่ละช่วงตลาดมีอาการอย่างไร เพื่อให้เห็นภาพว่าในแต่ละรอบ ผู้เล่นแต่ละกลุ่มเขาทำอะไรกันบ้าง

วัฏจักรตลาดหุ้น ช่วงรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด

อาการของตลาดในช่วงรุ่งโรจน์ถึงขีดสุดสังเกตได้ไม่ยากครับ เพราะเป็นช่วงที่ตลาดคึกเป็นม้าดีดกะโหลกราคาหุ้นปรับขึ้นแบบเว่อร์แล้วยังมีเว่อร์อีก สื่อฯและนักวิเคราะห์เชียร์ซื้อหุ้นสุดลิ่มทิ่มประตู หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ต่างพากันคึกคักถ้วนหน้าจากปริมาณการซื้อขายล้นทะลัก สายโทรศัพท์ของมาร์เก็ตติ้งก็ไม่เคยว่าง ผู้คนคึกคักและต่างพากันยิ้มแย้มเต็มห้องค้าฯ

หลังจากนั้นไม่นาน ตลาดจะแสดงอาการประหลาดๆให้เห็น เหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่าจะปรับฐานแล้วนะ

ช่วงนี้ปริมาณการซื้อขายต่อวันยังมากอยู่ครับ นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดยังมีความหวัง แต่ราคาหุ้นหรือดัชนีตลาดชักจะเริ่มไม่ขยับแล้ว อาจจะมีอาการแตะจุดสูงสุดเดิมซ้ำๆแต่ไม่ผ่านซะทีให้เห็น แล้ววันต่อๆมา จุดสูงสุดของดัชนีก็ค่อยๆต่ำลง พร้อมๆกับจุดต่ำสุดของดัชนีก็ลดลงด้วยเช่นกัน

ในช่วงนี้ปริมาณการซื้อขายในอินเด็กซ์ฟิวเจอร์ค่อยๆหดหาย จำนวนสถานะคงค้างในตลาดฟิวเจอร์ก็เริ่มหดตัว พร้อมทั้งราคาอินเด็กซ์ฟิวเจอร์ที่เริ่มปรับลง

มือใหม่ที่อดทนรอ ไม่กล้าซื้อหุ้นในตอนแรก เพราะมัวแต่รอให้หุ้นราคาถูกก่อน เริ่มตัดสินใจซื้อหุ้นในช่วงนี้แหละครับ เพราะกลัวตกรถ …… หลังจากรอคอยมานานแสนนาน แต่หุ้นก็วิ่งหนีขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้นเมื่อหุ้นหยุดรอ หรือ อ่อนตัวลงมาให้ซื้อ มือใหม่จึงตัดสินใจซื้อหุ้นทันที ด้วยความคิดว่าหุ้นคงจะไม่ลงแล้วล่ะ

เจ้าของบริษัทและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก็เห็นใจมือใหม่ครับ เริ่มขนหุ้นของตนมาวางขายทีละเล็กทีละน้อยแบบเงียบๆ พอปริมาณหุ้นที่วางขายมีคนมาซื้อจนหมดไป เขาก็จะขนหุ้นออกมาเติมขายให้มือใหม่ได้ซื้อหุ้นมากเท่าที่ใจจะไขว่คว้า

ถอดรหัสตลาดหุ้น #8 ขายหมูดีกว่าขายหมา น้ำลายหกดีกว่าน้ำตาตก

ครั้งแรกที่ได้ยินเสี่ย “ย.” พูด “วิธีแรกที่จะประสบความสำเร็จในตลาดหุ้น คือ อย่าทำให้ตัวเองขาดทุน” …… ขำกลิ้งเลย ….. บ้าหรอ ใครล่ะทำให้ตัวเองขาดทุน ใครๆก็ไม่อยากขาดทุนกันทั้งนั้นแหละ ขำอ่ะ

จนกระทั่งวันหนึ่งขณะที่นั่งสมองกลวงๆ เซียนต้น นักลงทุนรุ่นเยาว์ เศรษฐีหุ้นอายุ 29 มันก็ถามขึ้นมาว่า “พี่ๆ พี่ว่าคนเล่นหุ้นเจ๊ง กับ คนเล่นหุ้นกำไร แบบไหนมีมากกว่ากัน” เราก็ได้ยินแต่ใครๆบ่นว่าเจ๊งๆ ก็เลยตอบว่า “คนเล่นเจ๊งซิ น่าจะมากกว่า”

เจ้าต้นยิงคำถามใส่กบในกะลาอย่างผมต่อว่า “รู้ไม๊ ทำไมคนเล่นหุ้นเจ๊งมีมากกว่า” ตายละซิ ไม่รู้แหะ

แค่คิดยังไม่ทันจะตอบ เจ้าต้นก็เปิดโปรแกรม Excel โชว์ผลกำไรเป็นเท่าตัวของเขาให้เราอิจฉาเล่น แล้วพูดอย่างมีความสุขและภูมิใจว่า

“พี่เห็นไม๊ นี่ไงหุ้นที่ต้นถืออยู่มันปีนเส้นค่าเฉลี่ยมาตลอด แล้วต้นจะขายทำไม ต้นก็ปล่อยกำไรวิ่งไปเรื่อยๆซิ คนส่วนใหญ่นะพี่ พอมีกำไรนิดหน่อยก็ดีใจ ขายกันแล้ว กลัวหุ้นลง แต่แปลกนะพี่ ถ้าหุ้นที่ซื้อแล้วดิ่งลง ดิ่งลง กลับถือได้ทนดีจัง ของต้นนะ หลุดเส้นนี้ลงมาปุ๊ปก็ขายทิ้ง”

Tag Cloud