Things turn out the best for the people who make the best of the way things turn out

“Things turn out the best for the people who make the best of the way things turn out” – John Wooden

ผมเชื่อเรื่องชะตาลิขิตเหมือนกัน แต่ไม่ทั้งหมดครับ

คนเราจะเกิดมารวยหรือจนเป็นตัวอย่างหนึ่งที่เราเลือกไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าเราสามารถกำหนดชีวิตหลังจากนั้นได้

ตัวผมเองก็ไม่ได้เกิดมาร่ำรวย ครอบครัวทำฟาร์มเล็ก ๆ ในนอร์เวย์ ตั้งแต่เกิดจนอายุเกือบ 20 ผมไม่เคยเข้าโรงหนังเลย เพราะแถวบ้านไม่มี ไม่เคยเห็นคนต่างชาติจนกระทั่งย้ายมาอยู่ในเมืองหลวง ไม่เคยไปต่างประเทศจนอายุ 30 กว่า

แต่ผมไม่เคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปมด้อยและไม่เคยโทษโชคชะตา จะว่าไปผมค่อนข้างมีความสุขกับสิ่งแวดล้อมที่เกิดและเติบโตมา มีความสุขกับการที่ต้องทำงานหนัก มีความสุขกับการเป็นเด็กบ้านนอก และมีความสุขกับงานและชีวิตที่เราเลือกเอง

ผมว่าชีวิตคือการเรียนรู้ครับ เรียนรู้ที่จะทำทุกวันให้มีค่า เรียนรู้ที่จะไม่มองข้ามโอกาส และเรียนรู้ที่จะมองโลกในแง่บวก ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไรก็ตาม

มีคนเล่าให้ฟังว่า นานมาแล้ว ณ บริษัททำรองเท้าส่งออกแห่งหนึ่งในอเมริกา มีเซลส์แมน 2 คนถูกสั่งให้ไปสำรวจตลาดในแอฟริกา คนแรกทำหน้าเซ็งสุดขีด แอบบ่นกระปอดกระแปดกับเพื่อนร่วมงานว่าตลาดทั้งโลกออกกว้างใหญ่ ทำไมต้องส่งไปแอฟริกาด้วยนะ ร้อนก็ร้อน ไกลก็ไกล ในขณะที่คนที่สองยิ้มรับคำสั่งอย่างไม่เกี่ยงงอน เตรียมจัดกระเป๋าเดินทางทันที

เมื่อไปถึง ทั้งสองต่างแยกย้ายกันไปทำงาน คนแรกเดินตระเวนไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็รีบส่งโทรเลขมาที่สำนักงานใหญ่ บอกว่าล้มเลิกความคิดไปเถอะ เพราะมองไม่เห็นโอกาสที่จะส่งสินค้ามาขายที่นี่เลย กวาดตาไปทางไหนก็เห็นแต่คนเดินเท้าเปล่า ไม่ใส่รองเท้า

ส่วนคนที่สองขาดการติดต่อไปหนึ่งวัน ก่อนจะส่งโทรเลขไปที่สำนักงานใหญ่ว่าบริษัทควรรีบตั้งงบประมาณเพื่อผลิตสินค้าส่งมายังดินแดนแห่งนี้โดยด่วน เพราะตลาดมีโอกาสเติบโตสูงมาก นอกจากนี้เขายังได้นำรองเท้าตัวอย่างออกแจกให้ชาวบ้านทดลองใส่หลายสิบคน เพื่อเช็คปฏิกิริยาของลูกค้า ซึ่งส่วนมากบอกว่าชอบ แต่ต้องการรองเท้าที่ทำจากวัสดุที่ทนทาน ใส่สบาย ไม่อับชื้น และราคาย่อมเยากว่านี้

ไม่ต้องบอกตอนจบก็รู้ใช่มั้ยครับว่าบริษัทจะเชื่อคำแนะนำของใคร แต่ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่ว่า การที่เรามีทัศนคติที่ดี มันช่วยให้เรามองเห็นโอกาสดี ๆ ที่คนอื่นอาจมองข้าม การเอาแต่พร่ำบ่นไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น แถมทำให้จิตใจขุ่นมัว เพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่จุดบกพร่องให้ติให้ว่าได้เสมอ

อย่างที่เราได้ยินบ่อย ๆ ว่าชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เวลาที่เจอขวากหนาม หรือเวลาที่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวังไว้ ก็อย่าเสียเวลาตำหนิโชคชะตาเลยครับ แต่ให้ตั้งสติแล้วคิดดูว่าจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างไรจะดีกว่า

คนชอบถามผมว่า ผมมีการวางแผนชีวิตอย่างไรที่ทำให้เด็กบ้านนอกคนหนึ่งกลายมาเป็นผมในวันนี้ คำตอบก็คงไม่พ้นจากที่เคยพูดมาหลายครั้งแล้วว่า ผมเป็นคนไม่ชอบวางแผนอนาคตอะไรนาน ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าช่วยผมได้มากก็คือ การเป็นคนมองโลกแง่บวกครับ

อีกอย่างหนึ่งคือ ผมไม่ค่อยยอมแพ้อะไรง่าย ๆ เมื่อมีโอกาสให้ได้เรียนรู้หรือลองทำอะไรใหม่ๆ ผมมักจะไม่ปล่อยให้หลุดลอยไป ก็คงเหมือนเซลส์แมนคนที่สองนั่นล่ะครับ ที่เปิดใจกว้างสำหรับงานใหม่ที่หลายคนอาจดูว่าไม่มีอนาคต แต่ถ้าเรามองต่างออกไป และพยายามทำเต็มที่ เราก็จะเห็นโอกาสใหม่ ๆ มากมาย

ดังนั้น อย่าปิดโอกาสตัวเองด้วยการมองโลกในแง่ร้ายนะครับ ถ้าไม่ประสพความสำเร็จตามเป้า ก็อย่าท้อ อย่าโทษคนอื่นหรือโชคชะตา ลองค่อย ๆ คิดพิจารณาดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพื่อให้ผลออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายใต้สถานการณ์นั้น ๆ แล้วเราจะพบว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เราคิดว่าสุดจะทนแล้ว มันอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดครับ.

ที่มา : คอลัมน์ Quote of the day โดย ซิคเว่ เบรคเก้ นสพ. กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 1 ธันวาคม 2549

Popularity: 5% [?]

Related posts

This entry was posted on Sunday, October 26th, 2008 and is filed under My Life As a Coach. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

Tag Cloud