Leadership is action, not position.
“Leadership is action, not position.” – Donald H. McGannon
เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมออกจะขำ ๆ ตอนมีคนถามผมว่าผมอ่านอีเมล์ด้วยตัวเองจริง ๆ เหรอ พอผมบอกว่าใช่ เขาทำหน้าประหลาดใจมาก เพราะจากประสบการณ์ของเขาที่เคยทำงานให้กับบริษัทขนาดใหญ่มาก่อน ผู้บริหารระดับสูงมักจะไม่ค่อยอ่านอีเมล์เอง โดยมากจะมีเลขาหรือทีมงานช่วยอ่านรวมทั้งตอบให้ด้วยในบางครั้ง
ผมคิดว่าภายใต้การแข่งขันในโลกธุรกิจปัจจุบัน ผู้บริหารต้องลงมาสัมผัสตลาดหรือผู้บริโภคมากขึ้น ทำตัวติดดินและถึงลูกถึงคนมากขึ้น หากยังนั่งอยู่บนหอคอยงาช้างเหมือนเดิม บริษัทนั้นต้องมีปัญหาในการประคองตัวให้อยู่รอดต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน
ตัวอย่างง่าย ๆ เช่นเรื่องอีเมล์ การที่ผู้บริหารไม่แม้กระทั่งจะเช็คอีเมล์ด้วยตัวเอง หมายถึงบริษัทนั้นยังมีระบบการทำงานแบบเก่าที่ต้องมีบริวารคอยนั่งกลั่นกรองว่าอีเมล์ไหนควรจะส่งให้นายอ่าน อีเมล์ไหนควรลบทิ้งไป หรืออีเมล์ไหนควรตอบเองเพื่อที่นายจะได้ไม่เสียเวลาหรือรำคาญใจ หลายคนอ้างว่าที่ทำอย่างนี้ก็เพราะผู้บริหารมีงานรัดตัวตลอดเวลา จึงไม่จำเป็นที่จะต้องลงมือทำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ด้วยตัวเอง ผู้บริหารควรเก็บเวลาและพลังงานไปทำอย่างอื่นที่สำคัญกว่า
ผมไม่เถียงว่าใคร ๆ ก็มองว่าผู้บริหารของตัวเองเป็นคนสำคัญกันทั้งนั้น แต่ว่าอย่าพยายามทำให้ผู้บริหารกลายเป็นพระเจ้าที่กว่าจะขยับตัวแต่ละทีต้องมีการเตรียมการอะไรมากมาย จริงอยู่ที่ผู้บริหารต้องมีลูกน้องคอยช่วยงาน แต่ผู้บริหารไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในองค์กรได้ ดังนั้น หน้าที่หนึ่งของผู้บริหารทุกวันนี้คือการเปิดหูเปิดตาให้กว้างจะได้รับรู้ความเป็นไปที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกองค์กร และพยายามพัฒนาองค์กรให้เข้ากับกับภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
หากเรากวาดตาดูช่องทางที่มีอยู่ในปัจจุบันแล้ว เราก็คงเห็นว่ามีโทรศัพท์และอีเมล์นี่แหละที่พวกเราใช้ในการติดต่อสื่อสารบ่อยที่สุด ดังนั้นถ้าผู้บริหารปล่อยให้คนอื่นเดินสำรวจตลาดให้ ทำรายงานส่งให้ หรือแม้กระทั้งอ่านหรือตอบอีเมล์ให้ มันคือการทิ้งโอกาสที่จะได้รับข้อมูลที่น่าสนใจต่าง ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย
ดังนั้น นอกเหนือไปจากการไปเยี่ยมตลาดอย่างน้อยอาทิตย์ละหน ผมก็จะอ่านอีเมล์ทุกฉบับที่มีคนส่งเข้ามาทุกวันและส่วนมากก็จะตอบด้วยตัวเอง สิ่งที่ผมได้รับก็คือแง่คิดหรือมีมุมมองใหม่ ๆ ที่สามารถหยิบมาพัฒนาการทำงานของบริษัทได้เสมอ และบางทียังได้ความรู้สึกที่ดีหรือมิตรภาพดี ๆ กลับมาด้วย
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นคำร้องเรียนจากลูกค้า คำวิจารณ์ ตลอดจนความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ส่งเข้ามาจากพนักงาน แฟนคอลัมน์ หรือแม้กระทั่งนักเรียนนักศึกษา ผมจะอ่านเองทั้งหมด บางคนถามว่าถ้าเขียนมาเป็นภาษาไทยผมจะอ่านได้มั้ย ไม่มีปัญหาครับ ผมมีทีมงานที่ช่วยแปลให้เป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว
อีกเรื่องหนึ่งที่คนมักจะถามกันมากก็คือ ทำไมผมถึงกล้าใส่เบอร์โทรศัพท์มือถือในนามบัตร ไม่กลัวมีคนโทรมากวนเหรอ ความจริงก็มีบ้างเหมือนกันนะครับที่ผมได้รับโทรศัพท์แปลก ๆ แต่โชคดีที่ผมพูดไทยไม่เก่ง คนที่โทรกะว่าจะแกล้งกันสักหน่อยก็เลยทำไม่ได้ถนัดนัก เอาเป็นว่าผมไม่กลัวแล้วกันนะครับ ผมไม่เชื่อในระบบที่ผู้บริหารต้องมีเลขาหรือคนสนิทคอย screen สายให้ก่อน ประมาณว่าต้องผ่านหลายด่านกว่าจะถึงตัวผู้บริหารจริง ๆ ผมก็เลยใส่เบอร์โทรศัพท์มือถือในนามบัตร เพราะผมอยากทำตัวให้สามารถเข้าถึงได้ไม่ว่าคนที่โทรเข้ามาจะเป็นใครก็ตาม
จากประสบการณ์ ผมว่าการทำตัวธรรมดา ๆ ติดดิน จะช่วยเปิดโลกทัศน์ให้เราได้มากทีเดียวและทำให้คนกล้าเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเรามากขึ้น ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากทั้งต่อการพัฒนาองค์กรและการทำธุรกิจครับ.
ที่มา : คอลัมน์ Quote of the day โดย ซิคเว่ เบรคเก้ นสพ. กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 6 เมษายน 2550
Popularity: 7% [?]
Related posts
- It isn’t that they can’t see the solution. It’s that they can’t see the problem
- Nothing is too small to know, and nothing is too big to attempt (cont)
- Don’t be threatened by people smarter than you
- Freedom is the opportunity to make decisions
- Having a positive mental attitude is asking how something can be done rather than saying it can’t be done.
Leave a Reply