Fail faster, succeed sooner

“Fail faster, succeed sooner.” – David Kelley

ผมเชื่อมาตลอดว่าการทำผิดพลาดไม่ใช่สิ่งเลวร้าย หากแต่คือบันไดไปสู่ความสำเร็จต่างหาก

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองว่าการทำผิดพลาดไม่ใช่เรื่องไม่ดีหากเรารู้จักนำมันมาเป็นบทเรียน อย่างที่เดวิด เคลลี่ พูดไว้ “ยิ่งล้มเหลวเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งใกล้ความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น” ดังนั้น ผมจึงมักกระตุ้นให้พนักงานดีแทคทุกคนกล้าที่จะเสี่ยงและไม่กลัวที่จะพลาด เพราะตราบใดที่เราสามารถลุกขึ้นได้ใหม่ ย่อมหมายถึงเรารู้จักแก้ไขตัวเองและเรียนรู้บทเรียนจากความผิดพลาดนั้น

ผมขอยกตัวอย่างความผิดพลาดครั้งหนึ่งที่ดีแทคให้ฟังนะครับ

สองปีที่แล้ว ช่วงก่อนวันสงกรานต์ ผมไปเยี่ยมตัวแทนขายและลูกค้าที่ภาคใต้ มีลูกค้ารายหนึ่งเดินเข้ามาบอกว่าดีแทคน่าจะมีของสมนาคุณเล็กๆ น้อยๆ ให้ลูกค้าบ้างในวันสงกรานต์ ผมปรึกษาทีมแล้วปิ๊งไอเดียทำแคมเปญเติมเงินสองเท่าขึ้นมาทันที โดยลูกค้าที่มาเติมเงินที่ร้านดีแทคในช่วงสงกรานต์จะได้โบนัสโทรฟรีเพิ่ม เป็นสองเท่าของมูลค่าที่เติม ฟังดูเยี่ยมไปเลยใช่มั้ยครับ?

ผลก็คือภายในหนึ่งอาทิตย์ เราต้องเติมเงินโบนัสเป็นล้านครั้ง แคมเปญโดนใจลูกค้ามาก แต่ไม่ค่อยจะสมดุลกับเงินในกระเป๋าเราสักเท่าไร ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าแคมเปญนี้ทำให้เรากระเป๋าแฟบไปเป็นกอง (จนทุกวันนี้ผมยังจำหน้าตาอันคร่ำเครียดของเจ้าหน้าที่การเงินตอนที่เดินมา แจ้งข่าวได้อยู่เลย!)

ครับ นั่นคือความผิดซึ่งเกิดจากการพลาด ไม่ได้คำนวณอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่จะตามมา ได้แต่คิดว่ามันน่าจะเป็นอะไรที่ดีที่เราจะตอบแทนลูกค้าได้ แต่การที่ผมเป็น CEO ผมอาจทำเป็นลืมๆ แล้วบอกให้ทุกคนเงียบๆ ไปซะก็ได้ แต่ผมเลือกที่จะยอมรับความผิดพลาด (ซึ่งน่าจะเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดตั้งแต่ผมทำงานที่นี่) ต่อหน้าผู้บริหารทุกคน และมาวันนี้ ผมก็อยากจะเล่าเรื่องนี้ให้พวกคุณได้รับรู้ เพราะผมเชื่อว่าการทำผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่าอาย หากเรามองว่ามันคือประสบการณ์และการเรียนรู้ แต่การทำผิดพลาดจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากๆ หากเรามัวแต่โทษว่าเป็นความผิดของคนอื่นและไม่ยอมที่จะปรับปรุงอะไรเลย

ก่อนจบ ผมมีอีกกิจกรรมที่อยากนำเสนอ เผื่อใครสนใจจะนำไปทำบ้างก็ไม่ว่ากันครับ

เมื่อสองเดือนก่อน ผมได้ริเริ่มโครงการ “My mistake story” ขึ้น โดยประเดิมเป็นคนเขียนอีเมล์เล่าประสบการณ์การทำผิดพลาดของตัวเองให้พนักงานกว่า 4,000 คนอ่านเป็นคนแรก จากนั้นก็โยนให้คุณธนา (เธียรอัจฉริยะ) เป็นคนรับช่วงต่อ พอคุณธนาเขียนเสร็จ ก็โยนให้ผู้บริหารท่านอื่นๆ ต่อไป เป้าหมายหลัก ไม่ใช่การสร้างมหกรรมสารภาพบาปนะครับ แต่คือ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบดีแทค ที่ทำให้พนักงานเห็นว่า แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงก็ล้วนผ่านการลองผิดลองถูกมาแล้วทั้งสิ้น ดังนั้นจงอย่ากลัวที่จะลงมือทำ แม้ว่าผลที่ได้อาจไม่ใช่อย่างที่ต้องการ แต่อย่างน้อยคุณก็ได้ลอง เพราะถ้าไม่ลอง ก็ไม่รู้ จริงมั้ยครับ

ที่มา : คอลัมน์ Quote of the day โดย ซิคเว่ เบรคเก้ นสพ. กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 8 กันยายน 2549

Popularity: 3% [?]

Related posts

This entry was posted on Monday, August 11th, 2008 and is filed under My Life As a Coach. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Tag Cloud