อัตราส่วนทางการเงิน (2) ความสัมพันธ์ระหว่าง P/E P/BV และ ROE

-->

สวัสดีครับ หลังจากคราวที่แล้วที่กล่าวถึงอัตราส่วนทางการเงินไปคือ P/E ROA ROE และ P/BV ตามที่หนังสือ ทั่วๆไปให้ความหมายไว้ ในวันนี้เราลองมาลงรายละเอียดของ P/E P/BV และ ROE กันอีกสักนิดนะครับ คิดว่าจะทำให้เห็นภาพมากขึ้น

สูตรการคำนวณของอัตราส่วนทางการเงินที่กล่าวถึงคือ

P/E = Price/EPS = Price/(Net Profit/Number of Share)

P/BV = P/BV = Price/(Equity/Number of Share)

ROE = Return/Equity = (Net Profit/Equity)

จากสูตรด้านบน เมื่อมาดูความสัมพันธ์ของสูตรแต่ละตัวจะได้ว่า

P/BV = P/E x ROE

ทีนี้เมื่อเราลองพิจารณาหลักการเลือกซื้อหุ้นทั่วไปที่มักจะแนะนำให้ซื้อหุ้นที่มีค่า P/BV และ P/E ต่ำๆ แต่ค่า ROE สูงๆ
ซึ่งเมื่อดูจากสูตรความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนทั้งสามแล้ว จะเห็นว่ามีส่วนที่ขัดแย้งกันอยู่คือ
หากหุ้นมีค่า ROE สูง ค่า P/BV ก็จะต้องสูงตามไปด้วย ทีนี้จะเลือกหุ้นยังไงดีล่ะ

ถ้าคุณเป็นนักลงทุนในแนวเบนจามิน เกรแฮม (Benjamin Graham) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นที่มีราคาถูกก็คงจะต้องเลือกหุ้นที่มีค่า P/BV ต่ำและ P/E ต่ำ
แต่ถ้าคุณเป็นนักลงทุนในแบบของวอร์เรน บัฟเฟตต์แล้วล่ะก็ คุณคงจะเลือกลงทุนในหุ้นที่มีค่า P/E ไม่สูงมากนัก และมีค่า ROE ที่สูงอย่างต่อเนื่อง
(ROE อย่างน้อย 12% ติดต่อกันเป็นเวลานานหลายปี) ซึ่งก็คือหุ้นของบริษัทที่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ปํญหาในการดูแต่ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสูงๆ ก็คือส่วนของผู้ถือหุ้นนั้นสามารถลดลงได้หากบริษัททำการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นหรือการซื้อหุ้นคืนจากตลาด ซึ่งจะทำให้ ROE ของบริษัทสูงขึ้น ดังนั้นนักลงทุนจึงควรดูผลตอบแทนต่อเงินลงทุนทั้งหมดเพิ่มเติม โดย

Return On Total Capital (ROTC) = EBIT/(Equity + Debt)

นักลงทุนควรที่จะมองหาบริษัทที่มี ROTC ที่ต่อเนื่องและสม่ำเสมออย่างน้อย 12% ขึ้นไป

สุดท้ายนี้เราลองย้อนมาดูกันหน่อยว่าเมื่อไหร่ที่เราควรจะเลือกซื้อหุ้นของบริษัทที่มี P/BV ต่ำและ ROE ต่ำ

  • เมื่อนักลงทุนไม่มีความรู้หรือไม่มีเวลาติดตามข่าวสารการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในหุ้นที่มี P/E และ P/BV ต่ำหลายๆตัว (อย่างต่ำสัก 10 ตัว) เป็นหลักการลงทุนที่มีการพิสูจน์มาระดับหนึ่งแล้วว่าให้ผลตอบแทนที่ชนะตลาดได้
  • เมื่อเจอหุ้นที่มีพื้นฐานของบริษัทเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นหุ้นตัวหนึ่งที่มีค่า P/BV ต่ำ และในอดีตอาจจะมีผลกำไรที่ไม่ค่อยดีทำให้มีค่า ROE ต่ำอยู่นาน แต่ถ้าเรามีข้อมูลเพียงพอว่าบริษัทมีพื้นฐานที่เปลี่ยนไปเช่นมีการลงทุนในโครงการบางอย่างที่ได้ผลดีมากและสามารถสร้างกำไรในอนาคตได้เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ ROE ในอนาคตจะเพิ่มสูงขึ้น หุ้นแบบนี้โอกาสที่จะกำไรหลายๆเท่าต้วนั้นมีสูงมาก ซึ่งหุ้นพวกนี้เห็นได้บ่อยๆในกลุ่มธุรกิจวัฏจักร ที่อยู่ในช่วงต่ำสุดของ Cycle และกำลังมีแนวโน้มที่ดี

เรื่องของอัตราส่วนทางการเงินต่างๆนั้นยังมีรายละเอียดอีกเยอะ ยังไงผมขอเวลาศึกษาเพิ่มเติมแล้วจะค่อยๆนำมาเขียนเตือนความจำไว้ในบล็อกเรื่อยๆนะครับ
สุดท้ายนี้ก็เช่นเคยครับ ท่านใดมีความเห็นหรืออยากแนะนำติชม หากผมเขียนหรือเข้าใจผิดตรงไหนก็คอมเม็นต์กันได้นะครับ ขอบคุณครับ…

Related posts

This entry was posted on Tuesday, March 10th, 2009 and is filed under Fundamental Analysis, Value Investment. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.
  • SAN

    เห็นเขียนว่า สุดท้ายนี้เราลองย้อนมาดูกันหน่อยว่าเมื่อไหร่ที่เราควรจะเลือกซื้อหุ้นของบริษัทที่มี P/BV ต่ำและ ROE ต่ำ

    ผมว่าบรรทัดสุดท่้ายน่าจะเป็น ROE สูงนะครับ

    • http://www.thaispeculator.com Taro

      อืม… ผมลองกลับมาอ่านดูใหม่ ในเคสนี้ถูกแล้วนะครับ เพราะ ROE แปรผันตรงกับ P/BV ถ้า ROE สูง P/BV จะต้องสูงตาม ซึ่งปกติเราควรจะเลือกหุ้นที่ ROE สูงๆ แต่จะบางเคสที่เราอาจเลือกหุ้นที่มี ROE ต่ำได้ดังที่เขียนไว้ครับ

      ผิดถูกยังไงมาแชร์กันนะครับ :)

  • Pingback: ความสัมพันธ์ระหว่าง P/E P/BV และ ROE « financedelivery

  • Partharn

    ชอบครับ ขอบคุณมากมาย สำหรับความรู้ครับ

  • Sasiepen2

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ. ขอความหมายของEPS DIV BV. ช่วยอธิบายค่ะ

Tag Cloud