<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>Thai Value Speculator</title>
	<atom:link href="http://www.thaispeculator.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.thaispeculator.com</link>
	<description>Value Investor, Value Speculator, Whoever</description>
	<pubDate>Wed, 19 Nov 2008 00:45:28 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.6.2</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>Formula for success: under promise and over deliver</title>
		<link>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/formula-for-success.html</link>
		<comments>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/formula-for-success.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Nov 2008 00:44:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Taro</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[my life as a coach]]></category>

		<category><![CDATA[dtac]]></category>

		<category><![CDATA[quote of the day]]></category>

		<category><![CDATA[sigve brekke]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaispeculator.com/?p=123</guid>
		<description><![CDATA[“Formula for success: under promise and over deliver” - Tom Peters
วันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าขี้เกียจออกไปข้างนอก ผมกับลูก ๆ มักจะโทรสั่งพิซซ่ามากินกัน
ปกติหลังสั่งอาหารเสร็จ พนักงานจะบอกว่าอาหารจะมาถึงภายใน 30 นาที ผมเคยนั่งจับเวลาเล่น ๆ ดู และพบว่าส่วนมากพนักงานมักจะขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงหน้าประตูบ้านก่อนเวลาเสมอ
ผมทั้งแปลกใจและพอใจกับความรวดเร็วนี้ และเชื่อว่าหลายคนก็คงรู้สึกเหมือนผม เพราะจะว่ากันตามจริงแล้ว เมื่อทางร้านบอกว่าจะมาถึงภายในครึ่งชั่วโมง เรามักจะคิดว่าอย่างดีก็คงมาตรงเวลา แต่เราไม่ได้คาดหวังว่าอาหารจะมาเร็วกว่าที่บอกไว้
ผมเดาว่าทางร้านคงมีการศึกษามาอย่างดีแล้วว่าโดยเฉลี่ยจะต้องใช้เวลาประมาณเท่าใดในการส่งอาหารถึงมือลูกค้า โดยอาจจะวัดระยะทางแล้วคำนวณเป็นเวลาในการจัดส่งจากสาขาที่ใกล้ที่สุด
และถ้าจะให้เดาต่ออีกหน่อย ผมว่าทางร้านก็คงรู้อยู่แล้วล่ะว่าสามารถมาถึงบ้านเราภายใน 20-25 นาที แต่ที่บอกว่าจะมาถึงภายในครึ่งชั่วโมงนั้นก็น่าจะเป็นเทคนิคหนึ่งในการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า แถมการนั่งรอว่าเขาจะมาถึงภายในเวลาที่สัญญาไว้รึเปล่าก็เป็นการลุ้นไปในตัว เพราะถ้าพนักงานมาช้ากว่าที่กำหนด เราจะได้คูปองส่วนลดสำหรับการใช้บริการในครั้งต่อไป ลูกค้าก็เลยรู้สึกว่ามีแต่ได้กับได้ ถ้ามาถึงทันเวลา ก็ถือว่าเจ๊าไป แต่ถ้ามาช้ากว่านั้น เราก็ได้กินพิซซ่าแบบไม่ต้องเสียตังค์
การให้บริการลักษณะนี้น่าจะตรงกับที่ Tom Peters บอกไว้ว่ากฎที่สำคัญที่สุดในการจะประสบความสำเร็จคืออย่าให้คำสัญญามากเกินไป แต่ให้พยายามนำเสนอสิ่งที่เกินความคาดหวังของลูกค้า
amazon.com ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่มักจะให้บริการจัดส่งสินค้าได้เร็วกว่าที่รับปากไว้ ผมว่าเขาเรียนรู้และทำความเข้าใจกับธรรมชาติของลูกค้าได้ดีจนจับจุดได้ว่าการเซอร์ไพรส์ลูกค้าด้วยบริการที่ดีกว่า เร็วกว่า ถูกกว่า โดยไม่บอกให้รู้ล่วงหน้า (ถ้าบอกก็ไม่เซอร์ไพรส์น่ะสิครับ) เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างความเชื่อมั่นและเป็นการมัดใจลูกค้าไว้ได้อยู่หมัดทีเดียว
สิ่งที่บริษัทเหล่านี้ทำอยู่ แสดงให้เห็นว่าการทำธุรกิจในปัจจุบัน เราต้องทำมากกว่าพูด ไม่ใช่พูดมากกว่าทำ การไม่ตกปากรับคำอะไรที่มากมายเกินไป [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/formula-for-success.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>I don&#8217;t know the key to success, but the key to failure is trying to please everybody</title>
		<link>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/key-to-success.html</link>
		<comments>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/key-to-success.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Nov 2008 00:25:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Taro</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[my life as a coach]]></category>

		<category><![CDATA[dtac]]></category>

		<category><![CDATA[quote of the day]]></category>

		<category><![CDATA[sigve brekke]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaispeculator.com/?p=119</guid>
		<description><![CDATA[“I don&#8217;t know the key to success, but the key to failure is trying to please everybody” - Bill Cosby
มีนักจิตวิทยาหลายคนบอกว่าสิ่งพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องการนอกเหนือไปจากปัจจัยสี่ ก็คือความรักและการยอมรับในสังคม ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุว่าทำไมบางคนถึงได้พยายามอย่างเหลือเกินที่จะทำดีกับทุกคน เพราะเชื่อว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้ตนเป็นที่ยอมรับและเป็นที่รัก
แต่จะมีกี่คนที่ได้ตามที่หวังครับ?
ผมรู้ว่ามันอาจฟังดูโหดร้าย แต่ในความเป็นจริงนั้น เราอาจจะทำให้คนบางคนพึงพอใจได้ในบางเวลา แต่เราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้ตลอดเวลา ดังนั้น หากวันนี้คุณกำลังทำงานอะไรสักชิ้นหนึ่ง และต้องการหาคนมาช่วยติชม ไม่ต้องมองที่ไหนไกล นักวิจารณ์ที่สามารถให้ความเห็นที่จริงใจและตรงไปตรงมาที่สุด อยู่ใกล้ ๆ แค่นี้เอง
ก็ตัวคุณเองไงครับ!
ผมว่ามีหลายคน ที่พอว่างเมื่อใดก็มักจะสอดส่ายสายตาดูว่าคนอื่นเขาทำอะไรกันอยู่ แล้วก็เริ่มวิจารณ์ บางครั้งก็เป็นการติเพื่อก่อ บางครั้งก็แค่อยากจับผิดนิด ๆ หน่อย ๆ แก้เซ็ง แต่หากเรามีเวลามากพอในการวิจารณ์งานคนอื่น เราก็น่าจะมีเวลาวิจารณ์งานของตัวเองด้วยนะครับ
ความจริง ถ้าใจกว้างพอ เราน่าจะวิจารณ์ตัวเองได้ดีกว่าใคร ๆ เพราะทำงานนั้นมากับมือ รู้ความเป็นไปตั้งแต่ต้น แต่ปัญหาคือเรามักจะหาเหตุลำเอียงเข้าข้างตัวเองเสมอ จนบางทีก็ทำให้มองไม่เห็นข้อผิดพลาด ครั้นจะถามความเห็นจากใครสักคน จิตใต้สำนึกก็อาจกำหนดให้เลือกถามเฉพาะคนที่เขา (ดูเหมือน) ใจดีหน่อย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/key-to-success.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>It&#8217;s alright to be Goliath, but always act like David</title>
		<link>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/goliath.html</link>
		<comments>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/goliath.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2008 00:27:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Taro</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[my life as a coach]]></category>

		<category><![CDATA[dtac]]></category>

		<category><![CDATA[quote of the day]]></category>

		<category><![CDATA[sigve brekke]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaispeculator.com/?p=117</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;It&#8217;s alright to be Goliath, but always act like David&#8221; - Phil Knight
เคยได้ยินนิทานเรื่องเดวิดกับโกไลแอทมั้ยครับ
ตามท้องเรื่องโกไลแอทเป็นขุนศึกฝีมือฉกาจที่มีร่างกายสูงใหญ่น่าเกรงขาม วันหนึ่งด้วยความเชื่อมั่นในฝีมือของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม โกไลแอทกรีธาทัพมาหยุดที่หน้าเมืองของเดวิดพร้อมตะโกนท้าทายให้คนในเมืองออกมาสู้กับตัวเองแบบตัวต่อตัว ถ้าแพ้ก็ต้องเสียเมือง แต่ถ้าชนะ เขาจะยอมศิโรราบแต่โดยดี
เจ้าเมืองวิตกอย่างมาก เพราะไม่รู้จะหาใครที่กล้าออกไปต่อกรกับโกไลแอทได้ แต่ในที่สุดเดวิด ลูกชาวนาตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งก็เสนอตัวออกไปรบ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอาวุธอะไรมากมาย นอกจากหนังสติ๊กกับดาบเล็ก ๆ เล่มหนึ่ง ความปราดเปรียวและกำลังใจที่กล้าแข็ง ทำให้เดวิดสามารถล้มยักษ์โกไลแอทได้อย่างที่ไม่มีใครคาดมาก่อน
ตอนเด็ก ๆ ผมฟังเรื่องนี้ไปเพลิน ๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก นอกจากเป็นนิทานที่สนุกดี
พอโตขึ้นและได้เข้ามาทำงานบริหาร ผมเริ่มคิดว่า ความจริงโลกธุรกิจก็ไม่ต่างกับนิทานเรื่องนี้สักเท่าไหร่ ถ้าให้แบ่งง่าย ๆ ผมว่าบริษัทที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้มีอยู่สองประเภท ประเภทแรกคือบริษัทยักษ์ใหญ่เหมือนโกไลแอท ที่ประสพความสำเร็จมาตลอด มีพลังอำนาจล้นเหลือทั้งในด้านการตลาดและเงินทุน ขยับตัวแต่ละทีก็สะเทือนไปทั้งวงการ ในขณะที่บริษัทประเภทที่สองนั้นเหมือนเดวิด คือเป็นบริษัทเล็ก ๆ ไม่มีทุนรอนอะไรมาก นอกจากกำลังใจและความมุ่งมั่นที่จะชนะ เหมือนนักมวยตัวเล็กที่ขยันต่อย วิ่งวนไปรอบ ๆ หาทางแย็บตลอดไม่เหน็ดไม่เหนื่อย
ผมไม่ได้บอกว่าอะไรดีหรือไม่ดี หรือแบบไหนดีกว่ากันนะครับ
การเป็น [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/goliath.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>It isn&#8217;t that they can&#8217;t see the solution. It&#8217;s that they can&#8217;t see the problem</title>
		<link>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/solution-and-problem.html</link>
		<comments>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/solution-and-problem.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Nov 2008 01:10:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Taro</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[my life as a coach]]></category>

		<category><![CDATA[dtac]]></category>

		<category><![CDATA[quote of the day]]></category>

		<category><![CDATA[sigve brekke]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaispeculator.com/?p=115</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;It isn&#8217;t that they can&#8217;t see the solution. It&#8217;s that they can&#8217;t see the problem&#8221; – G. K. Chesterton
ปัญหากับทางออกดูจะเป็นของคู่กัน แต่บางครั้งการวนหาทางออกเท่าไหร่ก็ไม่เจอ น่าจะเป็นเพราะยังอ่านโจทย์ไม่แตกก็ได้ครับ
เมื่อหลายปีก่อน มีคนบอกว่าตลาดมือถือจะถึงจุดอิ่มตัวแล้ว อีกทั้งคู่แข่งในตลาดล้วนมีฝีมือระดับพระกาฬทั้งนั้น จึงลงความเห็นว่าเราคงจะสู้เขาไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดคือพยายามรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ให้มั่น เอาแค่ไม่เสียลูกค้าไปก็น่าจะพอพยุงตัวต่อไปได้
ผมฟังการวิเคราะห์นั้นและพยายามมองว่าปัญหาที่แท้จริงมันอยู่ตรงไหนกันแน่ ระหว่างตลาดอิ่มตัว กับความสามารถในการแข่งขันของเรา พูดแบบไม่เข้าข้างตัวเอง ผมไม่คิดว่าเรามีปัญหาด้านการแข่งขันนะครับ ถ้าอย่างนั้นปัญหาก็อยู่ที่การกลัวว่าตลาดจะหยุดโตมากกว่า
ผมเลยตั้งคำถามกลับว่าตลาดถึงจุดอิ่มตัวแล้วจริงหรือ ลูกค้ามือถือทั้งตลาดมีเท่าไหร่เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด และส่วนมากอยู่ที่ไหน ในต่างจังหวัดมีมั้ย จากคำถามพื้น ๆ เหล่านี้ นำไปสู่ความเข้าใจว่าตลาดยังมีโอกาสโตขึ้นได้อีก โดยเฉพาะในต่างจังหวัดและพื้นที่ห่างไกลที่สายโทรศัพท์พื้นฐานยังเข้าไปไม่ถึง
เพราะฉะนั้น ทางออกก็คือ ช่วยกระตุ้นตลาดให้เติบโตขึ้นไป ลงทุนมากขึ้นในการขยายเน็ตเวิร์ค ออกบริการมากขึ้นเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าต่างจังหวัด ซึ่งผลที่ได้นอกจากตลาดจะโตขึ้น ลูกค้าก็มีโอกาสได้รับบริการมากขึ้นด้วย
ผมว่าการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือต้องหัดเกาให้ถูกที่คัน ตั้งคำถามให้ถูกจุดว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร และจากตรงนั้น เราน่าจะมองหาทางออกได้ไม่ยากครับ
ปัญหาบางปัญหาที่เราว่าใหญ่ อาจจะแก้ไขได้ด้วยวิธีง่าย ๆ นิดเดียว เพียงแค่เราเข้าใจแก่นของปัญหาที่แท้จริงก่อนเท่านั้น อย่าไปคิดว่าต้องหาทางออกที่สวยหรูอลังการ บางครั้งมองอะไรชั้นเดียวบ้างก็ได้
เมื่อสองเดือนก่อนมีพนักงานส่งเรื่องมาให้ผม [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/solution-and-problem.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>There is no &#8220;i&#8221; in team but there is in win</title>
		<link>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/team-win.html</link>
		<comments>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/team-win.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 Nov 2008 23:34:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Taro</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[my life as a coach]]></category>

		<category><![CDATA[dtac]]></category>

		<category><![CDATA[quote of the day]]></category>

		<category><![CDATA[sigve brekke]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaispeculator.com/?p=113</guid>
		<description><![CDATA[“There is no &#8220;i&#8221; in team but there is in win” – Michael Jordan
ในความรู้สึกผม การทำงานก็เหมือนการเล่นกีฬาอย่างหนึ่ง ที่จะต้องมีการแข่งขัน มีกฎกติกามารยาท และต้องมีทีมเวิร์ค
ผมเคยพูดมาหลายครั้งว่าผู้นำองค์กรน่าจะทำตัวเหมือนโค้ชที่มีหน้าที่ในการแบ่งบทบาทให้กับลูกทีมตามความเหมาะสม กำหนดทิศทางและเป้าหมายให้กับองค์กรว่าจะก้าวไปทางไหน เพื่อจะไปให้ถึงจุดหมายที่ตั้งไว้
อีกหน้าที่หนึ่งของโค้ชก็คือ ทำให้ทุกคนที่อยู่ในทีมสามารถทำงานร่วมกันได้ มีความสามัคคีและพร้อมจะช่วยเหลือกันเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จ
ใคร ๆ ก็พูดได้ แต่พอลงมือทำจริง ๆ มันยากเหมือนกันนะครับ
ยิ่งองค์กรใหญ่เท่าไร ปัญหาความขัดแย้งก็มีมากขึ้น บางครั้งก็เป็นเรื่องเล็กที่พอจะเข้าใจได้ แต่ถ้าปล่อยไว้นานก็อาจกลายเป็นเชื้อลุกลามไปกันใหญ่ ดังนั้น ผู้นำต้องคอยสอดส่องดูความเป็นไปขององค์กร หากเห็นว่าความขัดแย้งเริ่มจะรุนแรงขึ้นก็ต้องรีบดับไฟตั้งแต่ต้นลม
อย่างไรก็ตาม การที่ทีมจะเข้มแข็งได้ ลูกทีม (ไม่ใช่ผู้นำคนเดียว) ก็ต้องช่วยกันคนละไม้ละมือด้วย ทุกคนต้องเปิดใจให้กว้าง ยอมรับฟังความเห็นของคนอื่น และบอกตัวเองอยู่เสมอว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของทีมนั้น
หลายคนคิดว่า การทำงานแบบ วัน แมน โชว์ คือวิธีที่ดีที่สุดในการแสดงศักยภาพของตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่ได้อยู่คนเดียวในองค์กร เรามีเพื่อนร่วมงานที่ต้องติดต่อด้วยตลอดเวลา และที่สำคัญคือ เรามีเป้าหมายร่วมกัน ถ้าต่างคนต่างคิดแต่ว่าตัวเองเก่งที่สุด ดีที่สุด จนไม่ฟังคนอื่น งานจะเดินหน้าไปได้อย่างไร
เคยมีคนถามผมว่าพนักงานแบบไหนที่ผมคิดว่าเป็นคนมีคุณภาพ ผมบอกได้อย่างไม่ลังเลเลยว่า [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/team-win.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Freedom is the opportunity to make decisions</title>
		<link>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/freedom-to-make-decisions.html</link>
		<comments>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/freedom-to-make-decisions.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 Nov 2008 23:24:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Taro</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[my life as a coach]]></category>

		<category><![CDATA[dtac]]></category>

		<category><![CDATA[quote of the day]]></category>

		<category><![CDATA[sigve brekke]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaispeculator.com/?p=111</guid>
		<description><![CDATA[“Freedom is the opportunity to make decisions…” - unknown
คนชอบถามผมว่าเรามีวิธี “ล็อค” ให้ลูกค้าหรือพนักงานอยู่กับเราได้อย่างไร
โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่เชื่อว่าใครจะสามารถกักตัวลูกค้าหรือพนักงานไว้ได้ตลอดไปหรอกครับ
ผมว่าเราน่าจะตั้งคำถามใหม่ว่า เราจะมีวิธี “ปลดล็อค” ลูกค้าหรือพนักงานอย่างไรมากกว่า
เริ่มที่ลูกค้าก่อนแล้วกันนะครับ
อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าการแข่งขันทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น บวกกับการที่ข้อมูลข่าวสารเดี๋ยวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เป็นเรื่องยากมากที่จะสร้างความจงรักภักดี ในโลกธุรกิจปัจจุบัน
แต่ผมเชื่อในหลักพื้นฐานอย่างหนึ่งว่าคนเราทุกคนควรมีอิสระในการคิดและตัดสินใจเลือกสิ่งทีดีที่สุดให้กับตัวเอง เพราะฉะนั้น หนทางที่จะ “ดึง” ลูกค้า ก็คือ การ “ปล่อย” ให้เขามีโอกาสเลือกและตัดสินใจนั่นเอง
ตราบใดที่เราพยายามเป็น “ตัวเลือก” ที่ดีอยู่เสมอ โอกาสที่เขาจะใช้เราก็มีสูง แต่จะให้ฟันธงว่าเขาจะอยู่กับเราตลอดไปมั้ย คงบอกไม่ได้ เพราะเขาย่อมมีสิทธิที่จะย้ายไปใช้เจ้าอื่นหากมีบริการที่ดีกว่าหรือสนองความต้องการของเขาได้มากกว่า
สิ่งที่เราทำได้และต้องทำให้ดีที่สุดด้วยก็คือ การไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาบริการของตัวเองทุกวันเพื่อให้ตอบโจทย์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
เช่นเดียวกับการสร้างความภักดีของพนักงานต่อองค์กร
ผมไม่คิดว่าคนทำงานรุ่นใหม่จะพอใจเพียงแค่ได้รับเงินเดือนสูง ๆ หรือโบนัสดี ๆ เท่านั้น โดยเฉพาะคนเก่งที่เดี๋ยวนี้กลายเป็นทรัพยากรที่ค่อนข้างขาดแคลน บริษัทไหน ๆ ก็อยากจะได้ตัวไปทำงานด้วย แต่การที่จะทำให้พวกเขาเหล่านี้สนใจมาทำงานกับเรา คงไม่ใช่แค่การเสนอเงินเดือนหรือตำแหน่งเท่านั้น แต่ต้องมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ทำให้เขามีโอกาสเรียนรู้และโชว์ศักยภาพได้มากที่สุดด้วย
ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผมได้มาคลุกคลีกับการพัฒนาบุคคลขององค์กรมากขึ้น หนึ่งในงานหลักของผมก็คือการสัมภาษณ์พนักงานใหม่ด้วยตัวเอง
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเรามักจะถามคนที่มาสมัครงานว่าเขาคิดว่าเขาจะเอาความรู้ความสามารถมาช่วยพัฒนาองค์กรได้อย่างไร แต่ตอนนี้ ผมคิดว่าเราต้องย้อนกลับมาถามตัวเองก่อนว่า แล้วองค์กรจะช่วยพัฒนาศักยภาพของเขาได้อย่างไร
คนรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ มักจะไม่หยุดอยู่กับที่ พวกเขามองหาโอกาสใหม่ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/freedom-to-make-decisions.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>My motto in life is to be humble and endlessly persist and strive. I really believe that there is nothing that can be gained without effort</title>
		<link>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/my-motto.html</link>
		<comments>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/my-motto.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2008 00:18:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Taro</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[my life as a coach]]></category>

		<category><![CDATA[dtac]]></category>

		<category><![CDATA[quote of the day]]></category>

		<category><![CDATA[sigve brekke]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaispeculator.com/?p=109</guid>
		<description><![CDATA[“My motto in life is to be humble and endlessly persist and strive. I really believe that there is nothing that can be gained without effort” – Rain
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมได้รับเชิญไปพูดให้นักศึกษามหาวิทยาลัยจากทั่วโลกกว่า 2,500 คนฟัง ในหัวข้อว่า ทำอย่างไรจึงจะประสพความสำเร็จในชีวิต
เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัด บวกกับกลุ่มคนฟังยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ผมเลยคิดว่าจะต้องหารูปและเรื่องประกอบที่น่าสนใจและสอดคล้องกับวัยและความสนใจของพวกเขาให้มากหน่อย
ดังนั้นแทนที่จะพูดแต่เรื่องของตัวเอง (ซึ่งเด็ก ๆ คงเห็นว่าไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่) ผมนั่งเสิร์ชกูเกิลเพื่อหาประวัติคนที่น่าจะเป็นต้นแบบให้แก่เด็ก ๆ วัยนี้ได้
แล้วผมก็เจอ “เรน” นักร้อง นักแสดง ขวัญใจชาวเกาหลีและเอเชีย ผมต้องขอสารภาพว่าก่อนหน้าที่จะอ่านเรื่องของเขา ผมไม่เคยรู้จักนักร้องคนนี้เลย แต่ที่ค้นหาชื่อเขาเจอก็เพราะผมไปเปิดเว็บไซต์ของนิตยสารไทม์ ที่มีการจัดอันดับบุคคลที่มีอิทธิพลในโลก 100 คน และ “เรน” [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/my-motto.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>It is not the strongest of the species that survives, nor the most intelligent that survives. It is the one that is the most adaptable to change.</title>
		<link>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/survives.html</link>
		<comments>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/survives.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 Nov 2008 00:52:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Taro</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[my life as a coach]]></category>

		<category><![CDATA[dtac]]></category>

		<category><![CDATA[quote of the day]]></category>

		<category><![CDATA[sigve brekke]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaispeculator.com/?p=107</guid>
		<description><![CDATA[“It is not the strongest of the species that survives, nor the most intelligent that survives. It is the one that is the most adaptable to change.”— Charles Darwin
สองอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมอ่านเจอบทความที่น่าสนใจ 2 เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก เป็นเรื่องของซีอีโอของบริษัทแห่งหนึ่งในอเมริกาที่เพิ่งถูกปลดออกจากตำแหน่ง เพราะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง
เรื่องที่สอง เป็นเรื่องของเจ้าของร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ ที่ไม่กลัวยักษ์ค้าปลีกที่พากันบุกตลาดอย่างหนัก เพราะเขากล้าเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลง
ผมอ่านเรื่องแรกจากรายงานของสำนักข่าวดาวโจนส์ในเดอะเนชั่น เขียนถึงซีอีโอชื่อโรเบิร์ต นาร์เดลี่ แห่งโฮม เดโป บริษัทชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์บ้านและเฟอร์นิเจอร์ของอเมริกา
ตามข่าว โรเบิร์ตเป็นคนเก่งมากคนหนึ่ง ตลอดหกปีที่อยู่ในตำแหน่ง เขาเพิ่มยอดขายและรายได้ให้บริษัทถึงสองเท่า แต่น่าเสียดายที่เขาเป็นคนเก่งในโลกธุรกิจยุคเก่า ที่คิดว่าหน้าที่ของซีอีโอมีเพียงเพิ่มตัวเลขให้กับบริษัทและรายงานตรงต่อคณะกรรมการบริษัทหรือผู้ถือหุ้นเท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงสภาพการแข่งขันหรือการทำธุรกิจได้เปลี่ยนไปแล้วรวมทั้งบทบาทและความรับผิดชอบของผู้นำที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปตามด้วย
ซีอีโอในโลกปัจจุบันไม่สามารถขังตัวเองอยู่ในห้องได้อีกต่อไป หากแต่กลายเป็นบุคคลสาธารณะที่ต้องสามารถตอบคำถามที่มาจากคนหลายกลุ่มได้ ไม่ว่าจะเป็นเอ็นจีโอ นักวิชาการ นักการเมือง กลุ่มผู้บริโภค พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนสื่อมวลชน
การจำกัดบทบาทของซีอีโอให้เป็นแค่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/survives.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Strong managers who make tough decisions to cut jobs provide the only true job security in today&#8217;s world. Weak managers are the problem. Weak managers destroy jobs.</title>
		<link>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/managers.html</link>
		<comments>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/managers.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2008 01:31:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Taro</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[my life as a coach]]></category>

		<category><![CDATA[dtac]]></category>

		<category><![CDATA[quote of the day]]></category>

		<category><![CDATA[sigve brekke]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaispeculator.com/?p=105</guid>
		<description><![CDATA[“Strong managers who make tough decisions to cut jobs provide the only true job security in today&#8217;s world. Weak managers are the problem. Weak managers destroy jobs.” – Jack Welch
หลายวันก่อนตอนเย็น ๆ หลังเลิกงาน มีลูกน้องเดินมาเกาะอยู่ที่ประตูห้องทำงานผม คล้ายมีเรื่องอยากจะปรึกษา แต่ก็ยังกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร ผมเห็นเขาทำอาการอย่างนี้อยู่สักพัก อดรนทนไม่ได้ ก็เลยตะโกนเรียกให้เข้ามานั่งคุยกันในห้องให้สิ้นเรื่องสิ้นราว
หลังจากสอบถามจึงได้ความว่าเขากำลังมีปัญหาเรื่องการจัดการกับลูกน้องในทีม มีลูกน้องคนหนึ่งที่ยังขาดความรับผิดชอบ และหลายครั้งความไม่ใส่ใจต่องานทำให้คนอื่นต้องเสียเวลาและทำให้งานเสีย ซึ่งตัวเจ้านายก็ต้องมาคอยตามล้างตามเช็ดเพื่อสางปมปัญหาต่าง ๆ ที่ลูกน้องทำทิ้งไว้
เผอิญช่วงนั้นเป็นฤดูการประเมินผลงาน ใจเจ้านายนั้นอยากให้คะแนนไปตามความจริง ทำงานแย่ ก็ต้องว่ากันไปตามเนื้อผ้า แต่ว่าก็รู้สึกผิดและนึกสงสารลูกน้องที่ตัวเองมองว่ายังเด็ก อาจจะทำอะไรไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
เขาสับสนในบทบาทของการเป็นหัวหน้าทีม ไม่รู้จะพูดกับลูกน้องอย่างไร กลัวว่าถ้าพูดไปตรง ๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/managers.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Nothing great in the world has ever been accomplished without passion</title>
		<link>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/google.html</link>
		<comments>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/google.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 31 Oct 2008 00:27:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Taro</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[my life as a coach]]></category>

		<category><![CDATA[dtac]]></category>

		<category><![CDATA[quote of the day]]></category>

		<category><![CDATA[sigve brekke]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaispeculator.com/?p=102</guid>
		<description><![CDATA[“Nothing great in the world has ever been accomplished without passion” – Hebbel
ถ้ามีคนถามผมวันนี้ว่าบริษัทใดในโลกที่ผมชื่นชอบมากที่สุด (ยกเว้นดีแทคนะครับ) ผมคงตอบว่า “กูเกิ้ล”
ผมก็เป็นเหมือนอีกหลายคนในรุ่นเดียวกันที่เวลาเสิร์ชอินเตอร์เน็ตทีไร เหมือนต้องใช้เวลาชั่วกัลปาวสาน กว่าจะหาอะไรเจอ หลายครั้งที่ต้องปวดหัวกับผลการค้นหาที่ตรงข้ามกับความต้องการ อาการประมาณว่า ค้นอย่างหนึ่งแต่กลับได้อีกอย่างหนึ่งเป็นประจำ
หลังจากรู้สึกหมดหวังกับอนาคตการใช้อินเตอร์เน็ตของตัวเอง ผมประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่าชาตินี้จะไม่ใช้อินเตอร์เน็ตอีกต่อไป “เสียเวลาที่สุด” ผมเคยบ่นกับเพื่อน หลายคนพยักหน้ารับรู้กันหงึกหงัก พร้อมความเข้าใจอย่างสุดซึ้ง เพราะเพื่อนเก่าของผมบางคนไม่เคยแม้กระทั่งคิดจะใช้คอมพิวเตอร์ด้วยซ้ำ!
แต่ความที่เป็นคนดื้อ ผมเริ่มแอบสังเกตลูก ๆ เวลาเล่นเน็ตว่าพวกเด็ก ๆ จะมีปัญหาเหมือนที่ผมมีรึเปล่า ผลก็คือ เปล่าเลยครับ จะว่าไปลูกผมดูสบายอกสบายใจด้วยซ้ำในการนั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อ “ท่องไปบนโลกไซเบอร์” โดยเฉพาะลูกชายคนโตของผมซึ่งดูจะหาอะไรในอินเตอร์เน็ตก็เจอในเวลาไม่ถึงอึดใจ อดรนทนไม่ไหว ผมเลยตัดสินใจถามลูกว่าพวกเขาใช้ search engine ตัวไหน ถึงได้ผลฉับไวขนาดนั้น และนั่นคือวันแรกที่ผมได้รู้จักกับกูเกิ้ล
ทุกวันนี้ ทุกครั้งที่มีเวลา ผมจะงัด laptop ของผมขึ้นมาและให้กูเกิ้ลพาผมไปยังแหล่งข้อมูลทุกแห่งที่ผมต้องการ เนื่องจากหน้าตาของเว็บกูเกิ้ลถูกออกแบบให้ดูเป็นระเบียบและใช้งานง่ายมาก ๆ ทำให้ผมสามารถหาข้อมูลที่อยากได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ในฐานะที่เป็นแฟนคลับของกูเกิ้ล ผมเลยเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนี้ และก็ไม่แปลกใจที่พบบทความหนึ่งซึ่งเขียนเล่าวิธีการดูแลพนักงานของกูเกิ้ล รวมถึงวิธีการบริหารธุรกิจอย่างไรจึงได้เป็นบริษัทที่ประสพความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
บทความที่ว่าเขียนโดยนิตยสารฟอร์จูน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.thaispeculator.com/my-life-as-a-coach/google.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
