ถามตอบท้ายบทเรียนที่ 3 : ฝึกลากรูปแบบต่างๆ

ถามตอบท้ายบทเรียนจาก ThailandInvestorClub.com

มีรูปแบบต่างๆเกิดได้ทุก TF เลยหรือเปล่าครับ แล้วมันมีโอกาสที่จะไม่เป็นไปตาม patterns ไหมครับ

เกิดได้ทุก TF ครับ ถ้าไม่มีการเกิดรูปแบบพวกนี้ กราฟก็จะวิ่งขึ้นลงแบบง่ายๆ ครับ แต่ถ้ากราฟเกิดรูปแบบพวกนี้เมื่อใดคือการสะสมแรง ทะลุรูปแบบพวกนี้ได้เมื่อใดเป็นการยืนยันกลับมาวิ่งอีกครั้ง จะเห็นรูปแบบพวกนี้เสมอๆครับ เหมาะสำหรับหาจังหวะที่จะเข้าเทรด แต่เมื่ออยู่ในกรอบรูปแบบพวกนี้ควรรอก่อน

ผมมีข้อสงสัยอยู่นิดหน่อยอ่ะครับ คือว่า การฝึดขีดเส้นนี้อ่ะครับ คือ ผมอยากทราบว่าเราจะขีดเส้นตรงไหน ถึงจะมองแนวโน้มของปัจจุบันออกอ่ะครับ คือ ดูจากกราฟที่ท่านอาจารย์  the_greenday ให้มา เหมือนจะขีดเส้นของเก่าที่ผ่านมาแล้วอ่ะครับ แล้วถ้าผมอยากมองแนวโน้มของปัจจุบันนี้ ผมครวจะเริ่มตรงไหนเหรอครับ อืม.. แล้วเล่นสั้นกับยาวนี้ขีดเส้นเหมือนกันไหมครับ หรือว่าต่างกันยังไงอ่ะครับ

บทเรียนที่ 3 : ฝึกลากรูปแบบต่างๆ

บทเรียนโดย the_greenday แห่ง ThailandInvestorClub.com

หลังจากที่ฝึกหัดการมองเทรนด์แนวโน้มให้ออกแล้ว ก็เริ่มไปฝึกการมองหาแนวรับ-แนวต้าน
รู้จักกันดีแล้วก็เริ่มมองหาจังหวะเข้าซื้อขาย ฝึกกันบ่อย ๆ ครับ มองหาให้เจอบ่อย ๆ
นานๆไป จะทำให้เรามองภาพได้เร็วขึ้นและมองหาจังหวะได้ดีกว่านักลงทุนคนอื่น

ต่อไปก็มารู้จักรูปแบบจากการใช้เส้น trend line ในการลากรูปแบบต่างๆที่ฝรั่งเค้าเรียกว่า chart patterns

เราจะมาฝึกลากรูปแบบแรก คือ symmetrical triangle เป็นรูปแบบสามเหลี่ยมที่สมดุลย์กัน
ลักษณะจะลากเอียงขาขึ้นและขาลงได้เอียงพอๆกัน

ในกรอบสามเหลี่ยมนั้นจะเห็นว่าเปิดกว้างแล้วค่อยๆ เล็กลงจนทำมุมเป็นสามเหลี่ยม
เป็นการเล่นราคากันระหว่างแรงซื้อและแรงขายที่ค่อยๆ บีบตัวจนเกิดรูปแบบดังกล่าว

เมื่อการบีบตัวในกรอบสามเหลี่ยมแคบลง โอกาสที่จะเกิดการระเบิดของราคาก็ยิ่งสูงขึ้น
เมื่อทะลุกรอบสามเหลี่ยมได้ (break out) กราฟก็จะกลับมาวิ่งแรงอีกครั้ง

อธิบายแบบง่ายๆ คือ รอให้ราคาซื้อราคาขายวิ่งในกรอบสามเหลี่ยมจากกว้างแล้วบีบตัวไปแคบ
ทะลุได้เมื่อไหร่แล้วค่อยพิจารณาซื้อขาย (การทะลุได้ คือการระเบิดที่เกิดจากการบีบตัวของราคาซื้อราคาขายนั่นเอง)

ถามตอบท้ายบทเรียนที่ 2 : รู้แนวรับแนวต้าน

ถามตอบท้ายบทเรียนจาก ThailandInvestorClub.com

มีคำถามเพิ่มนิดหน่อยครับ – 1 cycle ของราคาเริ่มนับที่ไหน สิ้นสุดที่ไหน ขอบคุณมากครับ

ฝึกมองวัฏจักรของรอบการขึ้นลง และด้านข้างให้ออก กราฟจะวิ่งเป็นรอบ ๆ เสมอ ๆ เมื่อเข้าใจวัฏจักร เราก็สามารถเลือกอาวุธได้ถูกว่าเรากำลังเล่นกับแนวโน้มใดอยู่

ถ้าหลุดเทรนด์แบบแท่งเดียวยาว ๆ ควรจะตัดขาดทุนทันทีหรือจะรอเด้งกลับดีครับ

การตั้ง stop loss ควรตั้งไว้เลยก็จะดีครับ   มีวินัยไม่มีวันขาดทุน กล้าที่จะยอมรับการตัดขาดทุน  การไม่มีวินัยคือการขาดทุนที่แท้จริง ดูตามรูปครับ

cut_loss

เวลามันทะลุคือให้ส่วนไหนมันทะลุไปหรือครับ และควรดู TF ไหนว่ามันทะลุแล้ว  บางทีพอมันทะลุไปทั้งแท่ง เข้าปุ๊ป กลับปั๊ป เสียตลอด พอเวลามันทะลุแบบยาวๆ ก็มักจะเข้าไม่ทัน  พอจะมีวิธีบอกมั้ยครับ ว่าทะลุแล้วควรเข้าที่ตรงไหน

บทเรียนที่ 2 : รู้แนวรับแนวต้าน

บทเรียนโดย the_greenday แห่ง ThailandInvestorClub.com

แนวรับ Support บอกถึงการที่ราคาลงมาที่แนวรับนั้นๆ แล้วแนวรับนั้นรับอยู่เลยดีดกลับขึ้นไปต่อ ส่วนแนวต้าน Resistance บอกถึงการที่ราคาวิ่งขึ้นไปชนแนวต้านนั้นๆ แล้วแนวต้านนั้นต้านอยู่เลยดีดกลับลงไปต่อ เรียกกันง่ายๆ แนวรับเพื่อไม่ให้ลงต่อ แนวต้านเพื่อไม่ให้ขึ้นไปต่อ

แนวรับ แนวต้าน สามารถบอกถึงเป้าหมายในอนาคตได้ คือ อดีตเคยขึ้นไปเป็นแนวต้านตรงไหน อนาคตก็จะขึ้นไปที่แนวต้านเดิมที่เคยขึ้น เช่นเดียวกัน อดีตเคยลงไปตรงไหนเป็นแนวรับ อนาคตก็จะลงไปที่แนวรับเดิมที่เคยลงไปถึง เป็นไปตามธรรมชาติ เป็นรอบๆของการขึ้น ลง อดีตเคยเป็นยังไงอนาคตกราฟก็จะวิ่งไปที่เดิมที่เคยขึ้นและลงเสมอ ๆ

Double top เกิดจากการที่แนวต้าน (อดีต) และแนวต้านปัจจุบันมาชนที่เดียวกันมักจะดีดตัวกลับลงแรงๆ เสมอ คล้ายๆ กับตัว M บางครั้งจะเป็นตัว M หางยาว

double_top

Tag Cloud