เปรียบเทียบความเหมือนที่แตกต่างกับการลงทุนชนิดอื่นๆ เช่น ลงทุนระยะยาว (VI = Value Investor), ลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร (VS = Value Speculator), ลงทุนวิธี DSM โดยเปรียบเทียบกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. ระยะเวลาการลงทุน
การลงทุนระยะยาว…ถือหุ้นระยะยาว
การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ถือหุ้นระยะสั้น
การลงทุนวิธี DSM…ถือหุ้นตลอดชีวิต
2. การเลือกหุ้น
การลงทุนระยะยาว…ดูพื้นฐานอย่างรอบคอบ
การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ดูหุ้นที่กำลังนิยมในขณะนั้นๆ
การลงทุนวิธี DSM…เลือกหุ้นที่ชอบและอยู่ได้นานในตลาดหุ้น
3. เป้าหมาย
การลงทุนระยะยาว…กำไรและเงินปันผล
การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…กำไร
การลงทุนวิธี DSM…รายได้จากกระแสเงินสดแฝงและเงินปันผล
4. เมื่อหุ้นเป็นขาลง
การลงทุนระยะยาว…เพิ่มเงินลงทุน เพื่อซื้อหุ้นเพิ่ม
การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ถือเงินสด แล้วรอสภาวะตลาดขาขึ้น
การลงทุนวิธี DSM…เพิ่มหุ้นโดยไม่เพิ่มเงินลงทุน
5. เมื่อหุ้นเป็นขาขึ้น
การลงทุนระยะยาว…ถือยาว รอจังหวะทำกำไรเมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยนไป
การลงทุนระยะสั้นเก็งกำไร…ทำกำไรเป็นรอบๆ
การลงทุนวิธี DSM…เพิ่มหุ้นโดยอาศัยกระแสเงินสดแฝงและช่องว่าง
Written on May 1, 2009 | Posted in
DSM - DenSri Method |
Leave a comment
Q. สิ่งที่สำคัญที่สุดใน DSM คืออะไร
A. แนวคิดและใจ (วิธีการมาทีหลัง พลิกแพลงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา)
แนวคิดที่สำคัญจริงๆก็คือ เราต้องการหากระแสเงินสดแฝงจากการซื้อขายหุ้นในพอร์ตของเราเอง เพื่อมาเพิ่มจำนวนหุ้นในพอร์ต มูลค่าของพอร์ตจะเป็นอย่างไรยังไม่ใช่ประเด็นหลัก
ถ้าใจโลเลของชาว DSMers แบบลูกครึ่งจะแสดงออกมาเวลาที่หุ้นขึ้น ๆ ลง ๆ แล้วเราคาดเดาตลาด (สังเกตว่า เดาถูกเราดีใจ เดาผิดเราเสียดาย อะไรแบบนี้ เมื่อเกิดความรู้สึกแบบนี้ให้รีบฉุกคิดว่าตอนนี้กำลังเดาอยู่นะผิดวัตถุประสงค์แล้ว) โดยเฉพาะเวลาที่หุ้นขึ้น เราอยากจะขายตรงจุดที่คิดว่า Peak 100% เหมือนตอนเก็งกำไร ซึ่งเราก็รู้ว่าทำไม่เคยได้ก็เลยอยากจะหาวิธีที่ไม่ต้องเดาตลาดจึงมาเลือกวิธีนี้ พอมาเลือกแล้วจะเดากันอีกทำไม ถ้าอย่างนั้นก็มาเล่นเก็งกำไรกันให้สนุกสนานเหมือนเดิมแล้วก็ร้องไห้ขายหมูซื้องูกันต่อไปดีกว่าไหม
ดังนั้น DSMer พันธุ์แท้ต้องไม่เดาตลาดและไม่สนมูลค่าพอร์ต ถึงราคาขายต้องขายตาม Step ถึงราคาซื้อต้องซื้อตาม Step ระยะยาวแล้วเห็นผลเอง มองให้เป็นการลงทุนระยะยาว ๆ
Written on May 1, 2009 | Posted in
DSM - DenSri Method |
Leave a comment
ดั่งแก้วสารพัดนึกแบ่งได้เป็นข้อ ๆ ดังนี้
1. DSMers ต้องเข้าใจว่า เป้าหมายของเราคือ การเก็บสะสมหุ้นให้ได้มากขึ้นโดยไม่ต้องใช้เงินเพิ่ม
2. DSMers ต้องไม่สนใจมูลค่าพอร์ตหุ้นไม่ว่าจะมีมูลค่าเพิ่มหรือลดลง
3. DSMers สนใจแต่กระแสเงินสดแฝง เพราะกระแสเงินสดแฝงคือรายได้ ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งการเพิ่มจำนวนหุ้น การเร่งเพิ่มกระแสเงินสดแฝง โดยยังไม่เข้าใจดีพอเป็นอันตรายพอควร เช่น การใช้กระแสเงินสดแฝงในอนาคตนั้นปลอดภัยดีจริง แต่หากยังไม่ชำนาญอาจพอร์ตชอร์ตได้ จุดสำคัญที่สุดของการขยายพอร์ต คือ ต้องไม่เกิดกระแสเงินสดชอร์ต เมื่อใดก็ตามที่ท่านเพิ่มเงินเพราะภาวะเงินชอร์ต ท่านกำลังเข้าสู่การสูญเสียการควบคุมบัญชีของท่านเหมือนกับการลงทุนขาดทุนแล้วเอาเงินลงไปอีกหรือเหมือนซื้อหุ้นเฉลี่ยขาลง ซึ่งไม่ควรทำที่สุดอย่างหนึ่ง
4. การเข้าซื้อยังคงมีความสำคัญมาก ส่วนจะเข้าซื้ออย่างไร เช่นไร ล้วนแล้วแต่การฝึกฝนในแนวทางของตน หากเข้าซื้อแล้วหุ้นลงเริ่มสร้างได้กระแสเงินสดแฝงได้เลย แล้วถ้าหุ้นขึ้นมูลค่าเพิ่ม (ไว้ไปได้กระแสเงินสดแฝงที่มากขึ้น) ล้วนแล้วแต่ดีทั้งนั้น แต่อย่าลืมว่าไม่ได้ดูที่มูลค่าพอร์ตที่เพิ่มขึ้นหรือว่าลดลงแต่อย่างไร
5. DSMers ยิ้มตลอดเวลา ไม่เครียด เพราะหุ้นขึ้นทำให้มูลค่าเพิ่มเพื่อได้กระแสเงินสดแฝงมากขึ้น เมื่อหุ้นลงจะเกิดรายได้จากกระแสเงินสดแฝงจากหุ้นทันที ดังนั้น DSMers จึงยิ้มตลอด ก้าวเข้าสู่เส้นชัย อิสรภาพทางการเงินอย่างสบายอารมณ์
Written on May 1, 2009 | Posted in
DSM - DenSri Method |
Leave a comment
นักลงทุนหุ้นวิธี DSM จะเรียกตัวเองว่าเป็น DSMers
1. DSMers ต้องมีเป้าหมายชีวิต อย่างน้อยที่สุดเราควรจะรู้ว่าความฝันของเราคืออะไร แล้วมันเกี่ยวข้องกับการลงทุนแบบไหน อย่างไร ตั้งเป้าหมายให้ใหญ่ ๆเข้าไว้ หาความสัมพันธ์ระหว่างความฝันกับการลงทุนให้เจอ แล้วพยายามไปให้ถึง
2. ศึกษาวิธี DSM ให้ถ่องแท้ แล้วค่อยๆทดลองปรับใช้จนลงตัว แล้วกำหนดมันเป็นแผนการอันนำไปสู่เป้าหมายชีวิตที่กำหนดไว้ หรือความฝันที่ตั้งใจ DSM เป็นเพียงวิธีการหนึ่งของการลงทุน การลงทุนที่แท้จริงคือแผนการที่จะนำเราไปสู่เป้าหมายชีวิตอย่างเป็นรูปธรรมนั่นเอง
3. ใช้เงินทำงานให้เรา ไม่ใช่ใช้ตัวเราทำงานเพื่อเงิน ใน DSM ตัวเงินไม่ใช่สิ่งที่เราสนใจแต่เรามองรายได้ที่เกิดขึ้น มองจำนวนหุ้นเพิ่มมากขึ้น ควรมีหักค่าบริหารพอร์ตออกมาทุกระยะเป็นค่าใช้จ่ายด้วยเพื่อเป็นกำลังใจในการลงทุน กำไรไม่ใช่สิ่งที่เราสนใจเลย เราต้องการหารายได้จากพอร์ตการลงทุนของเรา
เงินค่าของมันเป็นเพียงสื่อกลางแลกเปลี่ยนสินค้า ตัวมันเองผลิตตัวมันเองไม่ได้ สิ่งที่ผลิตเงินได้คือพอร์ตของเราต่างหาก กระแสเงินสดแฝงที่เกิดขึ้นควรนำมาขยายพอร์ตการลงทุนหลังจากหักค่าบริหารพอร์ตแล้ว ใช้เงินซื้อหลักทรัพย์ที่ดีแล้ววันหนึ่งมันก็จะกลายเป็นสินทรัพย์อย่างถาวรที่ผลิตเงินให้เราเปรียบเสมือนตู้ATM ที่กดเอาเงินจากตลาดหลักทรัพย์ไม่มีวันหมดตราบนานเท่านานที่ตลาดหลักทรัพย์ยังไม่ปิดทำการอย่างถาวรหรือพังทลายไปเสียก่อน
Written on May 1, 2009 | Posted in
DSM - DenSri Method |
Leave a comment