DSM (28) – เคล็ดลับของความสำเร็จลงทุนหุ้นวิธี DSM

เคล็ดลับของความสำเร็จลงทุนหุ้นวิธี DSM แบ่งได้เป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้
1. เงินฟรี คิดว่าจะทำอย่างไรได้มันมา แต่ถ้าไม่ได้เงินฟรีก็ไม่เป็นไรทำตามวิธีการ สักวันจะรู้ว่าเงินฟรีคืออะไร
2. “เขียวซื้อ แดงขาย” หรือ “กอดหุ้นวิ่ง ทิ้งหุ้นแดง” ซึ่งเป็นคือ DenSri Indicator (DSI)
3. หุ้นเท่ากับหุ้น มองว่าหุ้นทุกตัวเป็นตัวเดียวกับหุ้นแต่ต่างกันที่ระดับราคาเท่านั้น
4. ระบบบัญชีซึ่งสำคัญมากในการจับคู่หุ้นที่ซื้อขาย และยังสร้างฐานข้อมูล (Data Base) ซึ่งมีประโยชน์อันมหาศาลต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้โดยระยะเริ่มในสองปีแรกเป็นเพียงระยะหว่านเมล็ดพันธุ์ หลังจากนั้นก็จะเริ่มระยะเก็บเกี่ยว ถึงจะรู้จักคำว่า “ไม่ได้สร้างรายได้จากหุ้นในปัจจุบัน แต่เป็นการสร้างรายได้จากฐานข้อมูลในอดีตที่ผ่านมา” เป็นอย่างไร
5. สูตร 3-0-2-8
6. ธรรมชาติของตลาดหุ้นนำไปสู่การเล่นหุ้น DSM แบบโน้ตดนตรี (DSM Music Theory) ซึ่งมีโน้ตเสียงสูง เสียงต่ำ หรือ มีราคาที่สูง ราคาที่ต่ำ และหุ้นที่เขียว หุ้นที่แดง ซึ่งจะเขียนบทต่อไป
7. การปฏิบัติตามแผนอย่างมีวินัยเท่ากับการลงทุน การมีจิตใจแน่วแน่มั่นคง ไม่หวั่นไหว ไม่คิดกำไรขาดทุน (ไม่นับเงินบนโต๊ะพนัน) พร้อมกับดึงเงินออกจากโต๊ะ(เงินสำรองและค่าบริหาร) และเล่นเกม (ตลาดหุ้น) ต่อ แล้วต้องลืมเรื่องเวลาด้วย จะได้สบายใจและปรับปรุงไปเรื่อย ๆ ลองไปเรื่อย ๆ แล้วคุณจะพบวิธีการที่เหมาะสมกับตัวคุณ “คิดได้ จดไว้ ลงมือทำ ทบทวน” “ความผิดพลาดไม่น่ากลัว ที่น่ากลัวคือกลัวผิดพลาด” และ “ไม่ยึดติดมูลค่า แต่สนใจการเปลี่ยนแปลงมูลค่า”

DSM (27) – หลักการตัววัดผล DSM ทั้ง 8 ตัว

เมื่อได้ทำการลงทุนหุ้น DSM แล้ว และได้กระแสเงินสดแฝงนำมาทำการแบ่งเป็นสัดส่วนแล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ตัววัดผลการลงทุนในหุ้น DSM มีอะไร อย่างไรบ้าง ดังต่อไปนี้

1. เงินสำรองหนี้ 25% ต้องเพิ่มขึ้นทุกเดือน
2. จำนวนหุ้นต้องเพิ่มขึ้นทุกเดือนเพิ่มทั้งปริมาณและชนิดของหุ้น
3. ปริมาณกระแสเงินสดแฝงที่ได้รับแต่ละรอบของการซื้อคืนต้องมากขึ้นหรืออย่างน้อยก็คงที่
4. ปริมาณกองหลังจะต้องลดลงเรื่อย ๆ เพราะสามารถซื้อคืนได้
5. ปริมาณอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินอื่นๆ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วต้องเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
6. หนี้สินที่เลวต้องทยอยลดลงและหมดไป
7. แหล่งเงินทุนจะต้องเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ มีเงินลงทุนเสนอเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ
8. เงินปันผลเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะปริมาณหุ้นปันผลเพิ่มขึ้น
ถ้าเงินปันผลมีมากกว่าค่าใช้จ่ายต่อปีอาจไม่ต้องทำงานธุรกิจเช่าหุ้น หรืออาจขอหยุดพักร้อนปิดกิจการไปสักเดือนสองเดือนก็ย่อมได้เพื่อไปเที่ยวพักผ่อนในที่ๆ ต้องการได้ แต่ถ้าสามารถให้คนอื่นมาทำธุรกิจเช่าหุ้นแทนเราได้ถึงตอนนั้นอาจมีสร้างธุรกิจแบบเครือข่ายการทำธุรกิจเช่าหุ้นขึ้นมา ดังที่ว่าการใช้เงินคนอื่น และเวลาของคนอื่นทำงานให้เรา ซึ่งเราจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นที่มีความสำคัญกว่าสิ่งนี้
ความลับของคนรวย 2 ประการคือ
1. OPT – Other People’s Time (เวลาของคนอื่น)
2. OPM – Other People’s Money (เงินของคนอื่น)
เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรกับธุรกิจส่วนตัวให้เช่าหุ้น และสามารถใช้กฎของคนรวย 2 ข้อนี้ได้
ในอนาคตอันใกล้นี้สามารถเปิดบริษัทเล่นหุ้นในประเทศไทยได้ ตั้งบริษัทเล่นหุ้น DSM สามารถใช้ทั้ง OPT และ OPM ได้
แต่การลงทุนต้องคุมพอร์ตให้เหมาะสม มากเกินต้องรู้วิธีทำให้น้อยลง ถ้าน้อยเกินต้องรู้วิธีทำให้มากขึ้น
อย่าลืมว่าตัววัดทุกตัวต้องบอกผลงานไปทางเดียวกันและสอดคล้องกันจะมีตัวใดตัวหนึ่งผิดแปลกออกไป ถือว่ามีการเกิด Error ต้องหาสาเหตุและแก้ไขอย่างรีบด่วน

DSM (26) – กระแสเงินสดแฝงในอนาคตคืออะไร

คำว่า “กระแสเงินสดแฝง” เกิดจากการลดค่าของทรัพย์สิน หรือขายหุ้นแล้วซื้อหุ้นให้ถูกกว่าที่ขายไปจะได้กระแสเงินสดแฝงขึ้นมาก แล้วคำว่า “กระแสเงินสดแฝงในอนาคต” นั้นคือการที่จะได้กระแสเงินสดแฝงที่จะเกิดขึ้นภายในอนาคต หรือ ขายหุ้นตอนปัจจุบันแล้วจะซื้อหุ้นให้ถูกกว่าที่ขายไปในอนาคตจะทำให้เกิดกระแสเงินสดแฝงภายในอนาคต จึงเป็นที่มาของคำว่า “กระแสเงินแฝงในอนาคต” และเป็นการบริหารเงินให้เกิดประโยชน์จากเงินที่เป็นกองหลังให้มากที่สุดนั้นเอง

จากตัวอย่างของหุ้น A ที่เป็นกองหลัง 3 กองที่ขายไว้ 9.00, 8.90, 8.80 บาท กองละ 1,000 หุ้น และ หุ้นได้ขึ้นไปอยู่ที่ราคา 9.75 บาท ซึ่งเป็นจุด short หุ้นจุดใหม่ รอบใหม่เพราะมีราคาสูงกว่าราคากองหลังตัวแรกไป 15 ช่อง ดังนั้นราคากองหลัง 3 กองที่ทิ้งไว้ระวังหลัง เราจะทำประโยชน์สูงสุดจากกองหลังเหล่านี้อย่างไรดีซึ่งทำให้เกิดการคิดคำนวณเอากระแสเงินสดแฝงในอนาคตมาใช้ ถ้าตามแผนของเราสมมติรับคืนที่ 5 ช่อง หรือกี่ช่องก็แล้วแต่แผนของแต่ละท่านของนักลงทุน DSM

DSM (25) – กระแสเงินสดแฝงคืออะไร แบ่งรายได้อย่างไร

กระแสเงินสดแฝง (Phantom cash flow) คือการลดค่าของทรัพย์สิน (หุ้น) ที่เราถือครอง และได้กระแสเงินสดออกมาจากทรัพย์สิน (หุ้น) โดยที่ยังถือครองทรัพย์สินนั้นอยู่ เหมือนคำกล่าวว่า “กำไรเมื่อซื้อ ไม่ใช่กำไรเมื่อขาย” เพราะการรอให้ราคาหุ้นสูงขึ้นถือว่าช้ามากและเสี่ยงมาก

ถ้าเปรียบเทียบได้กับเราถือสังหาริมทรัพย์ (หุ้น) ให้เช่า แล้วเก็บค่าเช่าทุกเดือน (กระแสเงินสดแฝงเก็บค่าเช่าทุกวัน) โดยที่เรายังเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ (หุ้น)นั้นอยู่ จะเห็นได้ว่าอัตราความเร็วของหุ้นที่ให้เช่าสามารถเก็บค่าเช่าทุกวันย่อมได้เร็วกว่าอสังหาริมทรัพย์ที่เก็บได้ทุกเดือน ดังนั้นหุ้นให้ผลตอบแทนที่สูงมากกว่าอสังหาริมทรัพย์ แต่อย่างไรเราก็ไม่สามารถที่จะมีแต่หุ้นได้อย่างเดียวแล้วจะทำอย่างไรดี ถ้าเราอยากได้อสังหาริมทรัพย์ อยากมีธุรกิจต่างๆ เพื่อจะได้สร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง และสิ่งของมีค่าอื่นที่เป็นทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดแฝงได้ แต่ก็มีค่าทางด้านจิตใจและจิตวิญญาณ ดังต่อไปนี้

หลังจากได้กระแสเงินสดแฝงแล้วเอาไปทำอะไรดี แบ่งอย่างไรดี

DSM (24) – DSM รับประกันเงินต้นคืน 100%

นักลงทุนทุกท่านเคยได้ยินการรับประกันในแบบต่าง ๆ กันมาแล้ว อย่างพวกอสังหาริมทรัพย์ มีการประกันอัคคีภัย มีประกันแผ่นดินไหว หรือ พวกขนส่งต่าง ๆ ก็มีการประกันภัยสินค้าและอุบัติ หรือ เมื่อเราไปรับประทานอาหารภัตตาคารที่มีชื่อเสียงไม่พอใจในรสชาติของอาหารก็ยังมีประกันความพอใจ หรือ ไปซื้อสินค้าพวกเครื่องไฟฟ้า เสื้อผ้า ก็ยังมีการรับประกันความพอใจ แต่ทำไมนักลงทุนในหุ้นถึงไม่มีใครรับประกันคืนเงินต้นทั้ง ๆ ที่มีแต่โบรกเกอร์ชื่อดังต่าง ๆ ออกบทวิเคราะห์ต่าง ๆ มากมายแล้ว ราคาหุ้นไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ให้ไว้กับนักลงทุนที่เป็นลูกค้าของโบรกนั้น ๆ ดังนั้นนักลงทุนหุ้นทุกท่านไม่มีโบรกไหนเลยที่จะรับประกันคืนเงินต้นแล้วอย่างนี้จะทำอย่างไรดี

ถ้าอย่างนี้ไม่มีโบรกไหนกล้ารับประกันคืนเงิน แล้วเราซึ่งเป็นนักลงทุนเองทำไมไม่รับประกันคืนเงินให้กันตัวของนักลงทุนเสียเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วนักลงทุนผู้ชาญฉลาดจะรับประกันคืนเงินให้กับตัวเองเสมอ แต่ถ้านักลงทุนบางท่านไม่สามารถรับประกันคืนเงินให้กันตนเองได้ อย่างนี้ต้องเรียกว่าเป็นนักพนันไม่ใช่นักลงทุน แต่จริง ๆแล้วในโลกแห่งการลงทุน มีนักพนันจำนวนมากที่คิดว่าตนเองเป็นนักลงทุน แล้วอย่างนี้เราซึ่งเป็นนักลงทุนจะทำอย่างไรถึงจะรับประกันเงินให้กันตัวเองได้ และต้องการเป็นนักลงทุนที่ชาญฉลาดจะทำอย่างไร

แต่มีการลงทุนหุ้นวิธี DSM สามารถรับประกันคืนเงินต้นให้กับตัวนักลงทุนเอง และที่สำคัญรับประกันคืนเงินต้นถึง 100% ถึงแม้ว่าราคาหุ้นจะไม่สูงกว่าตอนที่เริ่มซื้อหุ้นตอนเริ่มแรกก็ตามที ดังนั้นการเล่นหุ้นด้วยวิธี DSM เป็นการสร้างรายได้ให้ก่อเกิดกระแสเงินสดแฝงจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น เมื่อได้กระแสเงินสดแฝงมา แบ่งเป็นตามสัดส่วนของเงิน และนำเอา 25% เงินสำรองหนี้ มีการดึงเงินต้นออกมาจากเงินต้นทุนที่เริ่มลงลงทุน จนครบตามจำนวนเงินเริ่มต้นทั้งหมดอย่างนี้ก็เรียกว่าได้ เป็นการรับประกันคืนเงินต้นถึง 100% เลยที่เดียว

DSM (23) – 10 คำถามที่ดี ย่อมได้คำตอบที่ดี

1.ทำอย่างไรจึงจะซื้อหุ้นคืนได้ทั้งหมด
ตอบ. ด้วยมิติของเวลาเป็น Infinity ไม่ต้องกลัวที่จะซื้อคืนไม่ได้ สามารถซื้อคืนได้เสมอและรอจนกว่าราคาจะต่ำกว่าที่ขาย ถ้าราคาไม่ขึ้นไม่ลงมาอาจรอการแตกพาร์แล้วค่อยซื้อค่อย ขอให้ซื้อต่ำกว่าที่ขายเป็นใช้ได้

2. เมื่อซื้อคืนได้หมดแล้ว และหุ้นเปลี่ยนเป็นขาขึ้น จะทำอย่างไรกับหุ้นในมือ
ตอบ. ให้เอากระแสเงินสดแฝงเข้าซื้อเพิ่มหุ้น(หุ้นขึ้นได้หุ้น หุ้นลงได้เงิน) แล้วก็ปล่อยเล่นเป็นกองกลาง และกองหน้าเล่นขาขึ้นตามลำดับ โดยการขึ้นของหุ้นจะมีหุ้นตกเรียกว่าขาลงในขาขึ้น แสดงว่ามีจังหวะทำเงินตลอดเวลาอยู่ที่ว่าเกณฑ์ที่ท่านตั้งไว้เป็นอะไร

3. การวัดผลของการดำเนินงาน (พอร์ตหุ้น) ใช้อะไรเป็นตัววัดบ้าง
ตอบ. ค้นหาคำตอบได้ที่DSM (27) – หลักการตัววัดผล DSM ทั้ง 8 ตัว

4. หน้าที่ของหุ้นในพอร์ตคืออะไร
ตอบ. สร้างรายได้กระแสเงินสดแฝงและเพิ่มหุ้นขึ้นเรื่อยๆเหมือนการออกลูกออกหลานของหุ้น

5. หน้าที่ของกองหลังคืออะไร
ตอบ. ทำให้รู้ถึงจุดต่ำสุด และสิ่งที่สำคัญคือกองหลังนี้อย่ามองว่ามันเป็นหุ้นที่ปล่อยคุมพื้นที่ แต่มันเหมือน….เงินทุนสำรองสำหรับขยายงานในภาวะฉุกเฉินรวมทั้งเป็นแหล่งเงินสำรองสำหรับรองรับความผิดพลาดจากการดำเนินงานได้ด้วย

6.หน้าที่ของกองกลางคืออะไร
ตอบ. ใช้ตอนที่ตลาด Sideway และไม่ทำให้เราเสียหุ้นในมือเร็วและมากเกินไป

DSM (22) – DSM บุญหรือบาป

มีคำกล่าวว่า “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” หรือ “ตลาดหุ้นคืนบ่อนพนันที่ถูกต้องตามกฎหมาย” บุคคลภายในมองตลาดหุ้นเปรียบเสมือนบ่อนการพนัน ดังนั้นมีหลายคนหลายท่านบอกว่าการเล่นหุ้นมีคนได้มีคนที่เสียเงิน ดังนั้นน่าจะเป็นบาปกรรม เพราะคนที่ได้เงินบาปมีความโลภต้องการได้เพิ่มอีก ส่วนคนที่เสียเงินก็เสียใจ เศร้าใจ และอยากจะเอาคืนอีกบางคนหาเงินด้วยวิธีสุจริต หรือต้องกู้หนี้ยืมสินเพิ่มมาเล่นหุ้นเพียงเพื่อต้องการเองเงินคืนและคาดหวังว่าจะได้กำไรอีกด้วย เรื่องอย่างนี้ก็ย่อมเป็นธรรมดาสำหรับบุคคลที่จะคิดอย่างนี้ เพราะในตลาดหุ้นมีนักเก็งกำไรหรือนักพนันจำนวนมาก เหมือนคำกล่าวที่ว่า

การพนันไม่เคยทำให้ใครได้ดี
การพนันเป็นอุบายไปสู่ความยากจนอย่างแท้จริง
เมื่อชนะการพนันก็ลิงโลดใจ ใช้เงินอย่างไร้คุณค่าขาดความยั้งคิด
เมื่อเสียพนันก็หม่นหมอง ร่างกายและจิตใจหดหู่ เกิดความแค้นที่จะเอาชนะ
ยิ่งตั้งใจจะเอาชนะ ก็ยิ่งติดการพนันลึกจนยากจะถอนตัว

แต่ถ้าเปลี่ยนมาลงทุนหุ้นด้วยวิธี DSM การลงทุนในหุ้นเพื่อสร้างรายได้จากทรัพย์สิน (หุ้น) เพื่อรับกระแสเงินสดแฝงกับเงินปันผลแล้ววิธีนี้ไม่เป็นบาปหรือ นั้นเป็นคำถามที่ตามมา เราชาว DSMers มาวิเคราะห์กันซิว่าเป็นบาปหรือเปล่า หรือว่าได้บุญ ดังต่อไปนี้

1. ตอนขายหุ้นเราชาว DSMers ขายที่ Bid ทันทีโดยเฉพาะหุ้นกองหลังจะขายที่จุด Low สุดเสมอของวันของรอบเสมอ นั้นย่อมแสดงว่าคนที่ต้องการซื้อหุ้นและได้ตั้งรับซื้อหุ้นก็ย่อมได้หุ้นในราคาที่ถูกกว่านักเก็งกำไรท่านอื่น ๆ หมายความว่ามีคนต้องการซื้อหุ้นให้ได้ราคาถูกเราชาว DSMers ยินดีให้ขายหุ้นราคาถูกกว่าให้ด้วยความเต็มใจ ดังนั้นได้บุญเพราะทำให้ผู้อื่นมีความสุขได้รับสิ่งที่เค้าต้องการคือหุ้นราคาถูกที่สุด

DSM (21) – เมื่อหุ้นเป็นเทวดาตกสวรรค์จะทำอย่างไร

การเลือกหุ้นเพื่อลงทุนวิธี DSM ควรที่จะเลือกหุ้นออกมาจาก SET50 Index หรือ SET100 Index ซึ่งเป็นตัวที่เป็น BIG CAPS และจะเสนอรายชื่อหุ้นที่เป็น BIG CAPS 60 ตัว มีมูลค่าตลาดหุ้นรวมกัน 81% ถ้าหุ้นพวกนี้ขึ้น SET ก็ขึ้น ถ้าหุ้นพวกนี้ตก SET ก็ลง
รายชื่อหุ้นมีดังต่อไปนี้
PTT, SCC, ADVANC, PTTEP, BBL, TOP, KBANK, SHIN, KTB, THAI, SCB, SCCC, LH, AOT, ATC, TOC, RATCH, SCIB, TMB, BANPU, ITD, EGCOMP, NPC, BAY, SSI, BEC, TRUE, PSL, BOA, TTA, CP7-11, RCL, TPIPL, DELTA, UCOM, TUF, CPF, BECL, SYNTEC, NFS, EWC, TPC, KEST, CPN, UBC, HANA, PICNI, BGH, ITV, BIGC, KK, MCOT, SATTEL, ASP, TT&T, CK, MAKRO, TISCO, TNX, AA ทั้งหมด 60 ตัว

DSM (20) – เปรียบเทียบวิธีการลงทุนของ VI, DSM กับอสังหาริมทรัพย์

เปรียบเทียบการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของหุ้นแบบ VI, DSM กับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะทำให้เราเห็นภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน

VI… คือคนที่รู้ว่าทำเลทองอยู่ที่ไหน และที่สำคัญกว่าคือรู้ว่าทำเลทองที่ว่า ตอนนี้ราคาถูกมากและเข้าไปกว้านซื้อเก็บไว้ ถ้าเกิดจะมีคนมาขอซื้อต่อแพงๆ เรา VI ก็เฉยๆ เพราะเรารู้ว่าเราจับจองทำเลทองไว้อยู่ ในอนาคตเมื่อคนอื่นๆ รู้มากขึ้น การค้าก็ไหลมาเทมา รายได้จากค่าเช่าค่าเซ้งก็จะไหลมาเทมา และราคาที่ดินก็จะขึ้นตามไปด้วยในที่สุด

DSM…คือคนที่ประมาณได้ว่าทำเลทองอยู่ที่ไหน เลือกเอาที่คนพลุกพล่านหน่อยๆ จะได้ซื้อคล่องขายคล่อง แต่อาจจะไม่รู้ว่าราคาตลาดขณะนั้นเป็นราคาที่เหมาะสมหรือยัง ก็เข้าไปกว้านซื้อที่ไว้ เสร็จแล้วก็เอามาแบ่งขายเป็น lot เล็กๆ ที่ราคาตลาด ถ้าตลาดมี Demand สูงก็โก่งราคาหน่อย ถ้าปล่อยถูกๆ แล้วยังไม่มีคนเอาก็ตั้งราคาถูกลงไปอีก แต่ที่สำคัญเมื่อปล่อยไปแล้ว ก็ค่อยๆ ทยอยซื้อคืนเมื่อ lot ที่เราปล่อยขายไปนั้น ราคาตกลงมาต่ำกว่าราคาที่เราขายไป

รายได้จากการปล่อยขายนี้ เราก็เอาไปลงทุนในทำเลอื่นบ้าง เพิ่มพื้นที่ในทำเลเดิมบ้าง หรือย้ายทำเลไปจังหวัดใหม่บ้าง ตามแต่แผนการลงทุน

DSM (19) – เปรียบเทียบ VI กับ DSM แบบถึงลูกถึงหุ้น

บทนี้ได้เน้นการเปรียบเทียบ VI กับ DSM เจาะลึกแบบถึงลูกถึงหุ้นโดยเปรียบเทียบเป็นข้อๆไป ดังต่อไปนี้

1.การมองและวิธีคิด
VI… ข่าวดีปล่อย ข่าวร้ายซื้อ เป็นการสวนกระแสแบบพิจารณารอบคอบ เพราะเข้าใจอย่างดีว่าหุ้นตกแค่เพียงราคาในตลาดตกชั่วคราว แต่ถ้าบริษัทนั้นๆ มีความสามารถในการแข่งขันเชิงยั่งยืน (ส่วนต่างกำไรดีและการหมุนเวียนสินค้าคงคลังมีสภาพคล่อง) หมายถึงเราได้ของดีราคาถูก เราหาประโยชน์จากตลาดไม่ยอมให้อารมณ์ตลาดมาชักนำ ต่างจากคนทั่วไปที่ดูราคาเฉพาะกราฟหุ้น เพราะราคาหุ้นที่ผันผวนส่วนใหญ่เกิดจากจินตนาการในทางผิดๆ โดยเฉพาะเน้นไปทางร้าย ไม่ใช่ปัญหาธุรกิจ
DSM… มองหุ้นที่ถือและครอบครองเสมือนเป็นทรัพย์สิน ซึ่งต้องการสร้างรายได้จากทรัพย์สินนั้นๆ โดยได้รับกระแสเงินสดแฝงเปรียบเสมือนเก็บค่าเช่าจากทรัพย์สินชิ้นนั้นๆ ต้องเริ่มจากความเข้าใจในการลงทุน จะทำให้เกิดความคิดในการลงทุนที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะทำให้การลงทุนในหุ้นตามแนวทางนี้ และก็จะได้รับผลของการลงทุนอย่างคุ้มค่าอย่างต่อเนื่องและระยะยาวตลอดไปเรื่อย ทำให้เห็นว่าหุ้นตกก็ยิ้มได้และหุ้นขึ้นก็ยิ่งยิ้มได้ ดังนั้นยิ้มได้ทั้งสองทางไม่ว่าจะขึ้นหรือจะลง

2.ขาขึ้น
VI…ปล่อยให้ Port โตระยะยาว เก็บไปจนแก่ มีความสุขที่ทำได้
DSM…ปล่อยให้ Port โต ขายตามแผนที่วางไว้ได้รับกระแสเงินสดแฝงมากขึ้น มีความสุขเช่นเดียวกัน

Tag Cloud