สวัสดีอีกครั้งครับ ช่วงนี้นำบทความเกี่ยวกับ MetaStock มาฝากกันอย่างต่อเนื่องเลยนะครับ หลังจาก 2 บทความที่แล้วได้กล่าวถึงเครื่องมือ The Explorer และ Expert Advisor ของ MetaStock มาแล้ว วันนี้มาดูเครื่องมืออีกตัวที่ชื่อว่า Indicator Builder ซึ่งจะช่วยให้นักวิเคราะห์สามารถสร้าง Indicator ขึ้นมาใช้เองจากสูตรที่กำหนดได้
นักวิเคราะห์สามารถเรียกใช้งาน Indicator Builder ได้โดยการกดปุ่ม
บนแถบเครื่องมือ โดยจะปรากฎหน้าต่างของ Indicator Builder ซึ่งมีรายการของ Indicator ที่มีอยู่แล้วใน MetaStock ขึ้นมาดังรูป

นักวิเคราะห์สามารถสร้าง Indicator ขึ้นมาใช้เองได้โดยการกดที่ปุ่ม New… ซึ่งจะมีหน้าต่าง Indicator Editor ขึ้นมาให้ใส่รายละเอียดของสูตรดังรูป

Written on May 26, 2009 | Posted in
Technical Analysis |
2 Comments
สวัสดีครับ หลังจากคราวที่แล้วได้นำเสนอบทความ การค้นหาหุุ้นภายใต้เงื่อนไขด้วยสูตรของ MetaStock โดยใช้ The Explorer ไปแล้ว วันนี้ก็จะมาพูดถึงเครื่องมืออีกตัวหนึ่งที่มีให้ใช้ใน MetaStock ซึ่งก็คือ Expert Advisor
ด้วย Expert Advisor นี้นักวิเคราะห์สามารถสร้างและใช้ระบบในการวิเคราะห์กราฟของหุ้นได้ ในใช้งาน Expert Advisor นั้น ก่อนอื่นให้นักวิเคราะห์เปิดกราฟหุ้นตัวที่จะวิเคราะห์ขึ้นมาก่อน จากนั้นสามารถเปิดหน้าต่างของ Expert Advisor ด้วยการกดปุ่ม
บนแถบเครื่องมือ ซึ่งจะปรากฎหน้าต่างขึ้นมาดังรูป

ในโปรแกรม MetaStock จะมีการกำหนดระบบการซื้อขายสำหรับ Expert Advisor มาให้แล้วจำนวนหนึ่ง นักวิเคราะห์สามารถเลือกระบบที่ต้องการใช้ในการวิเคราะห์แล้วกดปุ่ม Attach MetaStock ก็จะทำการวิเคราะห์กราฟหุ้น จะได้ผลออกมาตามตัวอย่างดังรูปที่เป็นการเปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังการใช้ Expert Advisor


Written on May 22, 2009 | Posted in
Technical Analysis |
Leave a comment
สวัสดีครับ วันนี้ผมขอนำเสนอบทความเกี่ยวกับ technical analysis บ้างนะครับ หลังจากที่นำเสนอแต่บทความเกี่ยวกับการวิเคราะห์พื้นฐานมานาน ทั้งๆที่บล็อกนี้ชื่อ Thai Value Speculator แท้ๆ ;-p
ในบรรดาโปรแกรมที่ใช้ในการวิเคราะห์หุ้นนั้น MetaStock ถือเป็นโปรแกรมที่มีคนใช้งานมากที่สุดโปรแกรมหนึ่ง ซึ่งใน MetaStock นั้นมีเครื่องมือต่างๆให้ใช้ในการวิเคราะห์หลายอย่าง ซึ่งผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ก็คงใช้เครื่องมืออยู่ไม่กี่อย่างเท่านั้น และหนึ่งในเครื่องมือที่ MetaStock มีให้ก็คือ The Explorer
The Explorer นี้เป็นเครื่องมือที่นักวิเคราะห์สามารถใช้ในการค้นหาหุ้นที่ตรงกับเงื่อนไขที่นักวิเคราะห์ตั้งไว้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องไปเปิดดูกราฟหุ้นทีละตัวจนครบทั้งตลาด โดยนักวิเคราะห์สามารถเรียกเครื่องมือนี้ได้โดยการกดปุ่มรูปกล้องส่องทางไกลบนแถบเครื่องมือดังรูป

โปรแกรมจะแสดง dialog ของ The Explorer ขึ้นมา โดยจะมีรายการของระบบต่างๆให้นักวิเคราะห์เลือกใช้เป็นเงื่อนไขในการค้นหาหุ้น
แต่ในทีนี้จะแสดงวิธีการสร้างระบบโดยนักวิเคราะห์เอง เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการค้นหาหุ้น โดยให้กดที่ปุ่ม New… ดังรูป

Written on May 19, 2009 | Posted in
Technical Analysis |
2 Comments
วิธีคิดดัชนี DSM ของพอร์ตของนักลงทุนแต่ละท่าน
วัตถุประสงค์
1. เพื่อไม่ให้พวกเราทั้งหลายที่ทำ DSM แล้วหลงไปยึดติดกับ SET INDEX
2. เพื่อเอาไว้ดูว่าในแต่ละวันดัชนี DSM ของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
การคำนวณดัชนีหุ้นนั้นมีอยู่หลายวิธี แต่ละวิธีก็มีจุดดี จุดด้อย นี่คือสาเหตุที่เราต้องมีทั้ง SET INDEX , SET50 และ SET100
วิธีคิดแบบแรกคือ PRICE WEIGHT คิดแค่ราคาหุ้นอย่างเดียว เช่น
ตัวอย่างข้อมูลวันแรกเริ่มทำ DSM
ITD ราคา 12.00 บาท
KEST ราคา 32.00 บาท
TPI ราคา 9.00 บาท
เราก็จับเอาราคาทั้ง 4 ตัวมาบวกกันแล้วหารด้วยจำนวนหลักทรัพย์
= ( 12 + 32 + 9 ) / 3 = 17.67 นี่คือค่าดัชนีเริ่มต้น
Written on May 4, 2009 | Posted in
DSM - DenSri Method |
Leave a comment
การเพิ่มทุนของหุ้นในการลงทุนหุ้น DSM จะทำอย่างไรดี หัวข้อนี้ได้แรงบันดาลใจจากคุณ Minibar (หนึ่งในศิษย์เอก DSM) ได้พูดคุยใน MSN ว่าได้ไปจ่ายเงินเพิ่มทุนให้กับหุ้นตัวหนึ่งในราคาหุ้นละ 1.71 บาท (รู้หรือยังว่าหุ้นอะไร ถ้ายังติดตามต่อนะ) เลยได้เกิดข้อคิดอะไรบางอย่างทำให้ต้องเขียนกลยุทธ์หุ้น DSM สู้ศึก XR จะทำอย่างไรดี เพราะหลักการข้อหนึ่งของการลงทุน DSM คือไม่ควรเพิ่มเงินลงทุนเข้าไปในพอร์ตอีก แล้วใช้กระแสเงินสดแฝงของหุ้นตัวเองสร้างและสะสมหุ้นให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้กระแสเงินสดแฝงมากขึ้นเหมือนเงาที่ติดตามตัว (หุ้นมากขึ้น กระแสเงินสดแฝงมากขึ้นเช่นกัน)
Written on May 4, 2009 | Posted in
DSM - DenSri Method |
Leave a comment
การลงทุนหุ้นวิธี DSM เป็นไปตามแผนที่วางมา ไม่ว่าวันนี้หุ้นจะแดงหรือว่าจะเขียว ไม่ต้องคิดคาดเดาตลาด (กอดหุ้นวิ่ง ทิ้งหุ้นแดง) ในภาวะตามปกติ แต่เมื่อไรเข้าช่วงเดือนมี.ค. ถึง พ.ค. ของแต่ละปี ย่อมมีเงินปันผล สำหรับบริษัทที่มีเงินปันผลนักลงทุนสามารถทำตามแผนอย่างไม่หวั่นไหว วันที่ต้องขึ้น XD หลังวัน XD เราก็ทำตามแผน แต่ว่ามันเป็นแผนที่เรารู้ว่ามันต้องราคาลดลงเท่ากับที่ได้ปันผล แต่มีการตั้งคำถามว่าถ้าไม่อยากได้เงินปันผลจะทำอย่างไรดี โดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้
1. ไม่อยากรอรับเงินปันผลหลังจากวัน XD ไปอีก อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
2. เงินปันผลที่ได้รับโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายอีก 10% ของเงินปันผล ยิ่งทุนน้อยยิ่งไม่ต้องการเสียเงินส่วนนี้
3. หุ้นบางตัวก็มีเครดิตภาษี บางตัวก็ไม่มีเครดิตภาษี ทำให้ไม่ได้รับผลประโยชน์จากการขอรับเครดิตภาษีได้อย่างเต็มที
4. นักลงทุนบางคนไม่ต้องการได้เครดิตภาษี เพราะเสียภาษีที่ฐานภาษีสูงแล้วหรือไม่ต้องการโดนตรวจสอบอย่างละเอียดเมื่อขอรับเครดิตภาษีโดยมีเหตุผลส่วนตัวอื่นๆ
5. เพราะต้องการรับเป็นกระแสเงินแฝงมากกว่ารับเงินปันผล
จึงมีที่มาของคำถามว่าการลงทุนหุ้น DSM แล้วจะขึ้น XD ทำอย่างไรดีที่ไม่ผิดกฎซื้อให้ถูกกว่าขาย ไม่คาดเดาตลาด เพราะเดาอย่างไรก็ไม่ถูก ถ้าเดาตลาดถูกหรือรู้น่ารวยไปนานแล้ว จริงหรือเปล่าท่านผู้อ่านทุกท่าน
Written on May 4, 2009 | Posted in
DSM - DenSri Method |
Leave a comment
DSM Double Pyramid Theory คือ การบริหารพอร์ตหุ้น DSM อีกแบบหนึ่งเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนให้มีขีดความสามารถสูงสุดเท่าที่จะทำได้ มีนักลงทุนหลายท่านได้บ่นถึงว่า เวลาหุ้นเป็นขาลงทำให้มูลค่าพอร์ตลดลงอย่างรวดเร็วทำให้นักลงทุนบ้างท่านอาจไม่สบายใจกับมูลค่าพอร์ตที่ลดลง แต่จริงๆแล้ว DSM ไม่สนใจมูลค่าพอร์ตแต่อย่างไร แต่ทำอย่างไรได้เราเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งอาจมีช่วงเวลาหนึ่งที่ไปดูแล้วเกิดอารมณ์ร่วมกับมัน ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรใส่ใจกับมัน เลยเป็นที่มาของการเล่นวิธีการลงทุนแบบ DSM Double Pyramid Theory ก็ต้องมาขยายความอีกนิดหน่อยว่าคำว่า Double ก็คือคู่ หรือ สอง ส่วน Pyramid นี้นักลงทุนทุกท่านคงน่าจะเคยเห็นรูปร่างของ Pyramid อยู่แล้วว่ามีฐานกว้างและยอดของมันเล็ก เอามาประยุกต์กับการเล่นหุ้นได้ซึ่งอาจไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใดแต่ได้เอามาประยุกต์ใช้เท่านั้น
แนวคิดการลงทุนหุ้นให้มองรูปแบบว่า เราใช้ Pyramid เป็นรูปแบบการลงทุน คือเวลาลงทุนหุ้นขาขึ้นหรือซื้อหุ้น ให้ซื้อแบบ Pyramid หัวตั้ง ก็ซื้อฐานกว้าง ยิ่งขึ้นยิ่งซื้อแต่ ซื้อน้อยลงเป็นสัดส่วนกันไป
ส่วนเวลาหุ้นขาลงหรือขายให้ขายแบบ Pyramid หัวกลับ โดยขายครั้งแรกขายปริมาณมากและขายตามสัดส่วนที่ลดลง
Written on May 4, 2009 | Posted in
DSM - DenSri Method |
Leave a comment
อะไรคือ Double Theory ชาว DSMers บางท่านคงเคยได้ยินมาก่อน จากคุณลำชี (หนึ่งในศิษย์เอก DSM) ได้เล่าให้ฟังว่า ได้คิดค้นวิธี Double โดยบังเอิญซึ่งตอนนั้น คุณลำชีได้พยายามคิดค้นคำว่าช่องว่างของตลาดหุ้นคืออะไร และเป็นความบังเอิญในระหว่างการเทรดหุ้น DSM เกิดขึ้นตอนซื้อหุ้นกลับหลังจากขายกองหลังไป แล้วได้ค้นพบวิธีนี้โดยบังเอิญ จะเล่าสู่กันฟังว่าเป็นอย่างไร
1. วิธีนี้เหมาะเล่นหุ้นตอน side way กับตอนหุ้นขาลงเริ่มใช้ตอนหุ้นกลับตัว (เขียวอ่อน)
2. วิธีนี้เป็นการผสมผสานระหว่างวิธี DSM กับการเก็งกำไร โดยการใช้ประโยชน์จากกองหลังที่ทิ้งเอาไว้จากวิธี DSM
3. วิธีนี้ต้องมีเงินลงทุนอีกหนึ่งก้อนเพื่อใช้เอาไว้เล่นเก็งกำไรอย่างเดียว ซึ่งไม่เกี่ยวกับบัญชีของวิธี DSM
4. วิธีนี้ทำให้เราเป็นนักเก็งกำไรหรือนักพนัน ซึ่งใช้ประโยชน์จากการเป็นนักลงทุนวิธี DSM
5. วิธีนี้สามารถประยุกต์เอามาใช้กับการเล่น Day Trade
Written on May 4, 2009 | Posted in
DSM - DenSri Method |
Leave a comment
กฎธรรมชาติของตลาดหุ้นนำไปสู่การเล่นหุ้นแบบโน้ตดนตรี (ซึ่งมีเสียงสูง เสียงต่ำ)
1. หุ้นตัวหนึ่งไม่มีวันขึ้นตลอดไปหรือลงตลอดไป
2. ในวันที่ตลาดขึ้นหุ้นไม่ได้ขึ้นทุกตัว และวันในวันที่ตลาดลงหุ้นไม่ได้ลงทุกตัวเช่นกัน
นำไปสู่การเล่นหุ้นแบบโน้ตดนตรี ซึ่งมีโน้ตเสียงสูง เสียงต่ำ หรือราคาสูง ราคาต่ำ และมีหุ้นที่เขียว หุ้นที่แดงของแต่ละวัน
มีหลักการง่ายดังต่อไปนี้
1. เลือกหุ้นที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการเป็นจำนวน 30 ตัว ตามที่เราต้องการแต่ยังไม่ต้องซื้อที่เดียวหมดนี้แต่ให้จับตามองไว้ว่าหุ้น แต่ละตัวคือโน้ตดนตรีของเรานั้นเอง
2. ให้เริ่มจากหุ้นตัวใดตัวหนึ่งก่อนหรืออาจหลายตัวก็ได้แต่เริ่มแรกควรตัวเดียวดีกว่าและควบคุมง่ายกว่าหลายตัวพร้อมกัน แต่ถ้าเก่งแล้วไม่ว่ากันที่จะเริ่มหลายตัวพร้อมกัน
3. หลังจากที่ขายหุ้นกองหลังออกไป แล้วสามารถเอาไปลงทุนหุ้นตัวใหม่ที่อยู่ในพอร์ตที่เราสนใจว่าตัวไหนกำลังเขียวกำลังขึ้น ก็ให้เอาเงินที่ขายกองหลังไปซื้อตัวใหม่ได้เลย มีท่านอาจารย์ Coyote บอกว่าก่อนขายกองหลังหุ้นตัวหนึ่งได้มองว่าจะไปซื้อหุ้นอีกตัวไว้ในใจแล้ว อย่างนี้เรียกว่าระดับ DSM ระดับ Master อีกเช่นเคย
แต่สำหรับมือใหม่หัดเริ่มต้น ควรรอว่าถ้ากองหลังซื้อคืนไม่ได้แล้วค่อยเอาซื้อเพิ่มการลงทุนหุ้นตัวใหม่ เป็นการสร้างวงดนตรีโดยการเพิ่มโน้ตที่ละตัวอย่างนี้ไปเรื่อย แต่จะบอกว่าที่ DSM ระดับ Master สามารถขายกองหลังแล้วไปลงทุนหุ้นตัวใหม่ได้เลยนะ ต้องมีการใช้ฐานข้อมูลที่เคยบอกว่าสำคัญอย่างไร แต่คงยังไม่จำเป็นต้องบอกตอนนี้รอให้นักลงทุนสร้างฐานข้อมูลไปได้สองปีก่อน แล้วตอนนี้นักลงทุน DSM ระดับ Basic จะเปลี่ยนมาเป็นระดับ Master อย่างอัตโนมัติเลยทีเดียวแต่นักลงทุน DSM อยากรู้ต้องทำการลงทุนตามแนวทางนี้ไปสักสองปีจะรู้เองโดยไม่ต้องพูดไม่ต้องบอก แค่มองตาก็รู้ไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ DSM แล้ว
4. หุ้นเท่ากับหุ้น มองว่าหุ้นทุกตัวเป็นตัวเดียวกับหุ้นแต่ต่างกันที่ระดับราคาเท่านั้น ต้องใช้ข้อนี้ประกอบด้วยแล้วจะร้องว่า ….โถ โถ โถ มันเป็นอย่างนี้เอง
Written on May 3, 2009 | Posted in
DSM - DenSri Method |
Leave a comment
สูตร 3-0-2-8 เป็นวิธีที่คิดขึ้นมาเปรียบเทียบกับกีฬาฟุตบอล (ซึ่งเป็นกีฬาโปรดของคุณเด่นศรี) ซึ่งได้แบ่งเป็นกองหลัง กองกลาง กองหน้าซึ่งแต่ละกองมีหน้าที่ต่างกันไป
3-0-2-8 คืออะไร
เดิมมี 1,000 หุ้น ทิ้งกองหลังไว้ 300
แล้วอาศัย 700 หุ้นที่เหลือสร้าง 300 ที่ปล่อยไปให้กลับคืนมา (รวมทั้งหมด1,300 หุ้น )
อาจมองเป็น 10,000 หุ้น ทิ้งกองหลัง 3,000 หุ้น และใช้ 7,000 หุ้นสร้างหุ้นขึ้นมาอีก 3,000 หุ้นเป็น 10,000 หุ้น (รวมทั้งหมด 13,000 หุ้น) แล้วเอามาแบ่งเป็นกองกลาง 2,000 หุ้น กองหน้า 8,000 หุ้น ซึ่งวิธีนี้ต้องระดับ DSM ระดับ Master ถึงจะทำได้อย่างง่ายดายก็คือคุณเด่นศรีใช้วิธีนี้อยู่
Written on May 3, 2009 | Posted in
DSM - DenSri Method |
Leave a comment