“Nothing great in the world has ever been accomplished without passion” – Hebbel
ถ้ามีคนถามผมวันนี้ว่าบริษัทใดในโลกที่ผมชื่นชอบมากที่สุด (ยกเว้นดีแทคนะครับ) ผมคงตอบว่า “กูเกิ้ล”
ผมก็เป็นเหมือนอีกหลายคนในรุ่นเดียวกันที่เวลาเสิร์ชอินเตอร์เน็ตทีไร เหมือนต้องใช้เวลาชั่วกัลปาวสาน กว่าจะหาอะไรเจอ หลายครั้งที่ต้องปวดหัวกับผลการค้นหาที่ตรงข้ามกับความต้องการ อาการประมาณว่า ค้นอย่างหนึ่งแต่กลับได้อีกอย่างหนึ่งเป็นประจำ
หลังจากรู้สึกหมดหวังกับอนาคตการใช้อินเตอร์เน็ตของตัวเอง ผมประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่าชาตินี้จะไม่ใช้อินเตอร์เน็ตอีกต่อไป “เสียเวลาที่สุด” ผมเคยบ่นกับเพื่อน หลายคนพยักหน้ารับรู้กันหงึกหงัก พร้อมความเข้าใจอย่างสุดซึ้ง เพราะเพื่อนเก่าของผมบางคนไม่เคยแม้กระทั่งคิดจะใช้คอมพิวเตอร์ด้วยซ้ำ!
แต่ความที่เป็นคนดื้อ ผมเริ่มแอบสังเกตลูก ๆ เวลาเล่นเน็ตว่าพวกเด็ก ๆ จะมีปัญหาเหมือนที่ผมมีรึเปล่า ผลก็คือ เปล่าเลยครับ จะว่าไปลูกผมดูสบายอกสบายใจด้วยซ้ำในการนั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อ “ท่องไปบนโลกไซเบอร์” โดยเฉพาะลูกชายคนโตของผมซึ่งดูจะหาอะไรในอินเตอร์เน็ตก็เจอในเวลาไม่ถึงอึดใจ อดรนทนไม่ไหว ผมเลยตัดสินใจถามลูกว่าพวกเขาใช้ search engine ตัวไหน ถึงได้ผลฉับไวขนาดนั้น และนั่นคือวันแรกที่ผมได้รู้จักกับกูเกิ้ล
Written on October 31, 2008 | Posted in
My Life As a Coach |
Leave a comment
“Do not go where the path may lead; go instead where there is no path and leave a trail” – Ralph Waldo Emerson
อาทิตย์ก่อนผมได้รับเชิญไปร่วมงานแถลงข่าวที่หัวหิน เพื่อสรุปภาพรวมความสำเร็จของธุรกิจโพสต์เพดของเรา ถึงจะยุ่งแค่ไหน แต่งานนี้ผมไม่ยอมพลาดแน่ เพราะผมยังจำได้ว่าเมื่อตอนต้นปีเราเคยประกาศไว้ว่าเราจะกระตุ้นให้บริการโพสต์เพด (แบบเหมาจ่ายรายเดือน) กลับมามีชีวิตอีกครั้ง สวนกระแสการฟันธงของผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายที่ว่าบริการโพสต์เพดนั้นมาถึงทางตันแล้ว บางคนถึงขนาดบอกว่าผู้ให้บริการรายหลายเตรียมอพยพลูกค้าแบบจ่ายรายเดือนไปอยู่บนระบบพรีเพด (แบบเติมเงิน) เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน เพราะมองว่าตลาดโพสต์เพดถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ไม่มีทางที่จะหาลูกค้าเข้าระบบเพิ่มขึ้นได้ แค่ลำพังดึงลูกค้าไม่ให้ไหลออกนอกระบบก็หืดขึ้นคอแล้ว
ความจริงการคาดการณ์แบบนี้มีมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ตอนนั้นทั้งตลาดมีลูกค้าโพสต์เพดอยู่ประมาณ 4 ล้านราย ของดีแทคเองมีอยู่ประมาณ 1.5 ล้าน ผมจำได้ว่าผมกับคุณสันติ (เมธาวิกุล) เคยประชุมเรื่องอนาคตของธุรกิจโพสต์เพดกัน หลังจากฟังนักวิเคราะห์ทั้งหลายจนมึนงงไปหมด ผมก็ให้อำนาจคุณสันติเป็นคนตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อรึเปล่า
Written on October 30, 2008 | Posted in
My Life As a Coach |
Leave a comment
“Nothing is too small to know, and nothing is too big to attempt.” – William Van Horne
เนื่องจากตอนนี้เป็นตอนต่อจากคราวที่แล้ว เลยขอใช้ quote เดิมอีกสักครั้งนะครับ
อาทิตย์ก่อนผมเขียนไว้ว่า คำขวัญประจำใจของคนทำงานบริการคือ “ไม่มีอะไรเล็กน้อยเกินไปที่จะรู้ และไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เกินไปที่จะพยายาม” เพราะการให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนอื่นมองข้าม คือแต้มต่อที่เพิ่มเสน่ห์ให้กับบริการของเรา ดังนั้น ทุก Touch point จึงสำคัญเท่ากันหมดในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า
ขอยกตัวอย่างเรื่องใกล้ตัวสักเรื่องหนึ่งนะครับ
เมื่อประมาณสองอาทิตย์ก่อน ผมแอบไปดูการแข่งขันด้านบริการของพนักงาน DTAC Shop มา สนุกสนานมากครับ เพราะคนที่ผ่านเข้ามาถึงรอบตัดเชือกที่กรุงเทพฯ คือคนที่ชนะการแข่งขันระดับจังหวัดและระดับภาคมาแล้ว จากร้าน DTAC Shop 300 กว่าร้านทั่วประเทศ มีคนเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 100 คน และคัดให้เหลือแค่ 24 คนเพื่อมาขับเคี่ยวกันในรอบสุดท้าย
Written on October 28, 2008 | Posted in
My Life As a Coach |
Leave a comment
“Nothing is too small to know, and nothing is too big to attempt.” – William Van Horne
วันนี้ผมมีคำถามง่าย ๆ มาให้ลองตอบกันดูครับ
สมมุติว่าคุณเป็นผู้จัดการร้านอาหารแห่งหนึ่ง ระหว่างเดินตรวจตราดูความเรียบร้อย จู่ ๆ ก็มีเสียงแก้วแตกดัง “เพล้ง” สายตาทุกคู่หันมาที่ต้นเสียงซึ่งกำลังร้องไห้จ้า เด็กน้อยผู้น่าสงสารเผลอเอามือไปปัดแก้วน้ำส้มตกพื้น คุณแม่พยายามปลอบลูกให้หยุดร้องด้วยใบหน้าที่แดงก่ำไม่แพ้กัน เพราะอายสายตาที่จ้องมาที่เธอกับลูกเป็นตาเดียว
ในฐานะที่เป็นผู้จัดการร้าน คุณจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไรครับ
ก) รีบสั่งพนักงานให้ไปเอาไม้ถูมาทำความสะอาดพื้นโดยด่วน
ข) รีบเดินเข้าไปดูแลคุณแม่พร้อมน้ำส้มแก้วใหม่
ค) ทั้ง 2 ข้อ
ถ้าคุณเลือกข้อใดข้อหนึ่งที่กล่าวข้างต้น ถือว่าเป็นการให้บริการขั้นพื้นฐานเท่านั้นครับ แต่ลองนึกดูว่ามันจะดีกว่ามั้ย ถ้าคุณเดินตรงไปที่เด็กน้อยคนนั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อของคุณเพื่อเช็ดน้ำส้มที่กระเด็นเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของลูกค้าตัวจิ๋วของคุณอย่างบรรจง
Written on October 26, 2008 | Posted in
My Life As a Coach |
Leave a comment
“Things turn out the best for the people who make the best of the way things turn out” – John Wooden
ผมเชื่อเรื่องชะตาลิขิตเหมือนกัน แต่ไม่ทั้งหมดครับ
คนเราจะเกิดมารวยหรือจนเป็นตัวอย่างหนึ่งที่เราเลือกไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าเราสามารถกำหนดชีวิตหลังจากนั้นได้
ตัวผมเองก็ไม่ได้เกิดมาร่ำรวย ครอบครัวทำฟาร์มเล็ก ๆ ในนอร์เวย์ ตั้งแต่เกิดจนอายุเกือบ 20 ผมไม่เคยเข้าโรงหนังเลย เพราะแถวบ้านไม่มี ไม่เคยเห็นคนต่างชาติจนกระทั่งย้ายมาอยู่ในเมืองหลวง ไม่เคยไปต่างประเทศจนอายุ 30 กว่า
แต่ผมไม่เคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปมด้อยและไม่เคยโทษโชคชะตา จะว่าไปผมค่อนข้างมีความสุขกับสิ่งแวดล้อมที่เกิดและเติบโตมา มีความสุขกับการที่ต้องทำงานหนัก มีความสุขกับการเป็นเด็กบ้านนอก และมีความสุขกับงานและชีวิตที่เราเลือกเอง
ผมว่าชีวิตคือการเรียนรู้ครับ เรียนรู้ที่จะทำทุกวันให้มีค่า เรียนรู้ที่จะไม่มองข้ามโอกาส และเรียนรู้ที่จะมองโลกในแง่บวก ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไรก็ตาม
Written on October 26, 2008 | Posted in
My Life As a Coach |
Leave a comment
“Be who you are and say what you feel, because those who mind don’t matter and those who matter don’t mind!” – Dr. Seuss
การพูดความจริงหรือการเป็นตัวของตัวเองเป็นเรื่องที่ยากพอดูนะครับ โดยเฉพาะในโลกที่ไม่ค่อยยอมรับความจริงหรือในสังคมที่อยากเห็นทุกคนเหมือนหลุดออกมาจากเบ้าหลอมเดียวกัน
มีหลายครั้งที่เราพบว่าตัวเองอยู่ในฐานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะพูดสิ่งที่คิดออกมาดัง ๆ ก็กลัวคนอื่นจะไม่พอใจ จะแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมามาก ๆ ก็เกรงว่าจะทำให้คนอื่นหมั่นไส้อีก
แต่ถ้าเราไม่พยายามรักษาจุดยืนและปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามที่คนอื่นคาดหวัง คนที่จะรู้สึกแย่ที่สุดก็คงไม่พ้นตัวเราเอง
ผมรู้ว่าเป็นเรื่องพูดง่ายแต่ทำยาก แต่คงไม่ผิดอะไรที่จะลองนะครับ
เมื่อหลายเดือนก่อนมีคนถามผมว่าจะทำอย่างไรดีถ้าบังเอิญไปรู้ความจริงบางอย่างที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ไม่กล้าบอกเจ้านาย เพราะมันเป็นงานของคนอื่น ซึ่งตนไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบอะไรด้วย
Written on October 26, 2008 | Posted in
My Life As a Coach |
Leave a comment