Nothing great in the world has ever been accomplished without passion

“Nothing great in the world has ever been accomplished without passion” – Hebbel

ถ้ามีคนถามผมวันนี้ว่าบริษัทใดในโลกที่ผมชื่นชอบมากที่สุด (ยกเว้นดีแทคนะครับ) ผมคงตอบว่า “กูเกิ้ล”

ผมก็เป็นเหมือนอีกหลายคนในรุ่นเดียวกันที่เวลาเสิร์ชอินเตอร์เน็ตทีไร เหมือนต้องใช้เวลาชั่วกัลปาวสาน กว่าจะหาอะไรเจอ หลายครั้งที่ต้องปวดหัวกับผลการค้นหาที่ตรงข้ามกับความต้องการ อาการประมาณว่า ค้นอย่างหนึ่งแต่กลับได้อีกอย่างหนึ่งเป็นประจำ

หลังจากรู้สึกหมดหวังกับอนาคตการใช้อินเตอร์เน็ตของตัวเอง ผมประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่าชาตินี้จะไม่ใช้อินเตอร์เน็ตอีกต่อไป “เสียเวลาที่สุด” ผมเคยบ่นกับเพื่อน หลายคนพยักหน้ารับรู้กันหงึกหงัก พร้อมความเข้าใจอย่างสุดซึ้ง เพราะเพื่อนเก่าของผมบางคนไม่เคยแม้กระทั่งคิดจะใช้คอมพิวเตอร์ด้วยซ้ำ!

แต่ความที่เป็นคนดื้อ ผมเริ่มแอบสังเกตลูก ๆ เวลาเล่นเน็ตว่าพวกเด็ก ๆ จะมีปัญหาเหมือนที่ผมมีรึเปล่า ผลก็คือ เปล่าเลยครับ จะว่าไปลูกผมดูสบายอกสบายใจด้วยซ้ำในการนั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อ “ท่องไปบนโลกไซเบอร์” โดยเฉพาะลูกชายคนโตของผมซึ่งดูจะหาอะไรในอินเตอร์เน็ตก็เจอในเวลาไม่ถึงอึดใจ อดรนทนไม่ไหว ผมเลยตัดสินใจถามลูกว่าพวกเขาใช้ search engine ตัวไหน ถึงได้ผลฉับไวขนาดนั้น และนั่นคือวันแรกที่ผมได้รู้จักกับกูเกิ้ล

Do not go where the path may lead; go instead where there is no path and leave a trail

“Do not go where the path may lead; go instead where there is no path and leave a trail” – Ralph Waldo Emerson

อาทิตย์ก่อนผมได้รับเชิญไปร่วมงานแถลงข่าวที่หัวหิน เพื่อสรุปภาพรวมความสำเร็จของธุรกิจโพสต์เพดของเรา ถึงจะยุ่งแค่ไหน แต่งานนี้ผมไม่ยอมพลาดแน่ เพราะผมยังจำได้ว่าเมื่อตอนต้นปีเราเคยประกาศไว้ว่าเราจะกระตุ้นให้บริการโพสต์เพด (แบบเหมาจ่ายรายเดือน) กลับมามีชีวิตอีกครั้ง สวนกระแสการฟันธงของผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายที่ว่าบริการโพสต์เพดนั้นมาถึงทางตันแล้ว บางคนถึงขนาดบอกว่าผู้ให้บริการรายหลายเตรียมอพยพลูกค้าแบบจ่ายรายเดือนไปอยู่บนระบบพรีเพด (แบบเติมเงิน) เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน เพราะมองว่าตลาดโพสต์เพดถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ไม่มีทางที่จะหาลูกค้าเข้าระบบเพิ่มขึ้นได้ แค่ลำพังดึงลูกค้าไม่ให้ไหลออกนอกระบบก็หืดขึ้นคอแล้ว

ความจริงการคาดการณ์แบบนี้มีมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ตอนนั้นทั้งตลาดมีลูกค้าโพสต์เพดอยู่ประมาณ 4 ล้านราย ของดีแทคเองมีอยู่ประมาณ 1.5 ล้าน ผมจำได้ว่าผมกับคุณสันติ (เมธาวิกุล) เคยประชุมเรื่องอนาคตของธุรกิจโพสต์เพดกัน หลังจากฟังนักวิเคราะห์ทั้งหลายจนมึนงงไปหมด ผมก็ให้อำนาจคุณสันติเป็นคนตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อรึเปล่า

Nothing is too small to know, and nothing is too big to attempt (cont)

“Nothing is too small to know, and nothing is too big to attempt.” – William Van Horne

เนื่องจากตอนนี้เป็นตอนต่อจากคราวที่แล้ว เลยขอใช้ quote เดิมอีกสักครั้งนะครับ

อาทิตย์ก่อนผมเขียนไว้ว่า คำขวัญประจำใจของคนทำงานบริการคือ “ไม่มีอะไรเล็กน้อยเกินไปที่จะรู้ และไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เกินไปที่จะพยายาม” เพราะการให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนอื่นมองข้าม คือแต้มต่อที่เพิ่มเสน่ห์ให้กับบริการของเรา ดังนั้น ทุก Touch point จึงสำคัญเท่ากันหมดในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า

ขอยกตัวอย่างเรื่องใกล้ตัวสักเรื่องหนึ่งนะครับ

เมื่อประมาณสองอาทิตย์ก่อน ผมแอบไปดูการแข่งขันด้านบริการของพนักงาน DTAC Shop มา สนุกสนานมากครับ เพราะคนที่ผ่านเข้ามาถึงรอบตัดเชือกที่กรุงเทพฯ คือคนที่ชนะการแข่งขันระดับจังหวัดและระดับภาคมาแล้ว จากร้าน DTAC Shop 300 กว่าร้านทั่วประเทศ มีคนเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 100 คน และคัดให้เหลือแค่ 24 คนเพื่อมาขับเคี่ยวกันในรอบสุดท้าย

Nothing is too small to know, and nothing is too big to attempt

“Nothing is too small to know, and nothing is too big to attempt.” – William Van Horne

วันนี้ผมมีคำถามง่าย ๆ มาให้ลองตอบกันดูครับ

สมมุติว่าคุณเป็นผู้จัดการร้านอาหารแห่งหนึ่ง ระหว่างเดินตรวจตราดูความเรียบร้อย จู่ ๆ ก็มีเสียงแก้วแตกดัง “เพล้ง” สายตาทุกคู่หันมาที่ต้นเสียงซึ่งกำลังร้องไห้จ้า เด็กน้อยผู้น่าสงสารเผลอเอามือไปปัดแก้วน้ำส้มตกพื้น คุณแม่พยายามปลอบลูกให้หยุดร้องด้วยใบหน้าที่แดงก่ำไม่แพ้กัน เพราะอายสายตาที่จ้องมาที่เธอกับลูกเป็นตาเดียว

ในฐานะที่เป็นผู้จัดการร้าน คุณจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไรครับ

ก) รีบสั่งพนักงานให้ไปเอาไม้ถูมาทำความสะอาดพื้นโดยด่วน
ข) รีบเดินเข้าไปดูแลคุณแม่พร้อมน้ำส้มแก้วใหม่
ค) ทั้ง 2 ข้อ

ถ้าคุณเลือกข้อใดข้อหนึ่งที่กล่าวข้างต้น ถือว่าเป็นการให้บริการขั้นพื้นฐานเท่านั้นครับ แต่ลองนึกดูว่ามันจะดีกว่ามั้ย ถ้าคุณเดินตรงไปที่เด็กน้อยคนนั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อของคุณเพื่อเช็ดน้ำส้มที่กระเด็นเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของลูกค้าตัวจิ๋วของคุณอย่างบรรจง

Things turn out the best for the people who make the best of the way things turn out

“Things turn out the best for the people who make the best of the way things turn out” – John Wooden

ผมเชื่อเรื่องชะตาลิขิตเหมือนกัน แต่ไม่ทั้งหมดครับ

คนเราจะเกิดมารวยหรือจนเป็นตัวอย่างหนึ่งที่เราเลือกไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าเราสามารถกำหนดชีวิตหลังจากนั้นได้

ตัวผมเองก็ไม่ได้เกิดมาร่ำรวย ครอบครัวทำฟาร์มเล็ก ๆ ในนอร์เวย์ ตั้งแต่เกิดจนอายุเกือบ 20 ผมไม่เคยเข้าโรงหนังเลย เพราะแถวบ้านไม่มี ไม่เคยเห็นคนต่างชาติจนกระทั่งย้ายมาอยู่ในเมืองหลวง ไม่เคยไปต่างประเทศจนอายุ 30 กว่า

แต่ผมไม่เคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปมด้อยและไม่เคยโทษโชคชะตา จะว่าไปผมค่อนข้างมีความสุขกับสิ่งแวดล้อมที่เกิดและเติบโตมา มีความสุขกับการที่ต้องทำงานหนัก มีความสุขกับการเป็นเด็กบ้านนอก และมีความสุขกับงานและชีวิตที่เราเลือกเอง

ผมว่าชีวิตคือการเรียนรู้ครับ เรียนรู้ที่จะทำทุกวันให้มีค่า เรียนรู้ที่จะไม่มองข้ามโอกาส และเรียนรู้ที่จะมองโลกในแง่บวก ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไรก็ตาม

Be who you are and say what you feel, because those who mind don’t matter and those who matter don’t mind!

“Be who you are and say what you feel, because those who mind don’t matter and those who matter don’t mind!” – Dr. Seuss

การพูดความจริงหรือการเป็นตัวของตัวเองเป็นเรื่องที่ยากพอดูนะครับ โดยเฉพาะในโลกที่ไม่ค่อยยอมรับความจริงหรือในสังคมที่อยากเห็นทุกคนเหมือนหลุดออกมาจากเบ้าหลอมเดียวกัน

มีหลายครั้งที่เราพบว่าตัวเองอยู่ในฐานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะพูดสิ่งที่คิดออกมาดัง ๆ ก็กลัวคนอื่นจะไม่พอใจ จะแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมามาก ๆ ก็เกรงว่าจะทำให้คนอื่นหมั่นไส้อีก

แต่ถ้าเราไม่พยายามรักษาจุดยืนและปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามที่คนอื่นคาดหวัง คนที่จะรู้สึกแย่ที่สุดก็คงไม่พ้นตัวเราเอง

ผมรู้ว่าเป็นเรื่องพูดง่ายแต่ทำยาก แต่คงไม่ผิดอะไรที่จะลองนะครับ

เมื่อหลายเดือนก่อนมีคนถามผมว่าจะทำอย่างไรดีถ้าบังเอิญไปรู้ความจริงบางอย่างที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ไม่กล้าบอกเจ้านาย เพราะมันเป็นงานของคนอื่น ซึ่งตนไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบอะไรด้วย

Tag Cloud