Once you find laughter, no matter how painful your situation might be, you can survive it.

“Once you find laughter, no matter how painful your situation might be, you can survive it.” - Bill Cosby

มีคนถามผมว่าผมมีวิธีจัดการกับความเครียดอย่างไร คำตอบคือ ผมยิ้มให้กับปัญหาครับ

คนที่รู้จักผมจะรู้ว่าผมชอบผิวปาก ร้องเพลง ยิ่งวันไหนมีปัญหาที่ต้องจัดการมาก ผมอาจจะมีการเต้นประกอบจังหวะด้วย!

เพราะเราใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันกับการทำงาน สาเหตุของความเครียดจึงมักมาจากงานที่ทำอยู่

แต่ผมว่าตัวเองเป็นคนโชคดีมากคนหนึ่งที่มักจะได้งานที่ชอบ ทำให้ไม่เคยคิดว่าการมาทำงานคือความเหนื่อยยากแต่อย่างใด

ถึงกระนั้น บางครั้งผมก็มีปัญหาที่คิดไม่ตกเหมือนกัน ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานไป อาจนำมาซึ่งความเครียดได้

ถ้ามีปัญหายาก ๆ ที่ต้องแก้ ผมมักจะออกมาเดินเล่น คุยเล่นกับพนักงานบ้าง ก่อนจะกลับเข้าห้องไปคิดใหม่

การได้ยิ้มหรือหัวเราะประกอบกับการมีอารมณ์ขันจะช่วยทำให้หัวสมองปลอดโปร่งขึ้นเยอะเลยครับ

แต่ถ้ายังไม่คิดไม่ตก ผมมีอีกวิธีหนึ่งครับ

หยิบกระดาษขึ้นมาแผ่นหนึ่ง แล้วจัดการเขียนปัญหาทุกอย่างลงไป

การได้ระบายความในใจใส่กระดาษเป็นการปลดปล่อยความเครียดอย่างหนึ่งของผมครับ

เพราะตอนเขียน ผมจะใส่ลงไปหมดเลย ทั้งสิ่งที่รบกวนจิตใจ อะไรคือต้นเหตุของปัญหา อะไรที่ทำให้เครียด เสร็จแล้ว ผมจะรู้สึกโล่งขึ้น

ขั้นตอนต่อมาคือ นั่งเขียนแอ็คชั่นแพลนว่าจะต้องแก้ปัญหานั้นอย่างไร แล้วลงมือทำเลย

การปล่อยปัญหาคาราคาซัง จะทำให้เราไม่มีสมาธิไปสนใจเรื่องอื่น ดังนั้น ถ้ารีบแก้ให้เสร็จเป็นเรื่อง ๆ ไป จะช่วยประหยัดเวลาและทำให้ไม่ต้องเครียดกับอะไรนาน ๆ ด้วยครับ

วิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอีกอย่างหนึ่งคือ อย่าแบกรับปัญหาไว้คนเดียว

เมื่อก่อนเวลา มีลูกน้องทำหน้าหมอง ๆ เดินเข้ามาในห้องผมพร้อมกับปัญหา ผมมักจะช่วยแก้ไขให้

ด้วยความเป็นคนคิดเร็ว ทำเร็ว ผมจึงเหมาคิดไปเองว่า ผมแก้ปัญหาได้ดีกว่าและเร็วกว่า ก็เลยรับมาแก้ให้เสร็จสรรพ พวกเขาจะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่น

แต่พอหลาย ๆ ครั้งเข้า ผมเริ่มรู้สึกว่าในขณะที่ลูกน้องเดินออกจากห้องไปด้วยใบหน้าแช่มชื่น ตัวผมกลับต้องนั่งหน้าเครียดอยู่กับปัญหากองโตแทน

อย่างนี้ก็ไม่ไหวสิครับ

ตั้งแต่นั้นมา เวลามีลูกน้องเดินเข้ามาหาผมพร้อมปัญหา ผมจะยิ้มแย้มรับฟังอย่างดี (เช่นเดิม) แต่พอฟังจบปุ๊บ ผมจะถามกลับไปทันทีว่า เขาคิดว่าอะไรคือต้นเหตุของปัญหา และเขาคิดว่าเขาจะจัดการแก้ปัญหานั้นด้วยตัวเองอย่างไร ถ้าคิดไม่ออก ผมจะช่วยชี้แนะให้ แต่เขาต้องเป็นคนลงมือทำเอง ถ้ายังติดขัดอยู่อีก ผมอาจลงไปช่วยแก้ปัญหาให้ แต่ไม่ใช่ทุกครั้งแน่นอน

แค่นี้ก็เรียบร้อยครับ ผมไม่ต้องนั่งเครียดอยู่คนเดียว ในขณะที่ลูกน้องได้เรียนรู้เรื่องการแก้ปัญหามากขึ้น (หน้าอาจจะยังหมอง ๆ อยู่บ้าง แต่อีกหน่อยก็ดีขึ้น)

win win ทั้งสองฝ่ายครับ :-)

ที่มา : คอลัมน์ Quote of the day โดย ซิคเว่ เบรคเก้ นสพ. กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549

Share this article: You can download this plugin at e4share.com
  • del.icio.us
  • Digg
  • Technorati
  • Google
  • YahooMyWeb
  • Left Hit
  • Kudd
  • Bogtor
  • Dunweb
  • Siam Collective

เครดิตภาษีเงินปันผล ผลประโยชน์ที่ถูกมองข้าม (พร้อมไฟล์ Excel สำหรับคำนวณ)

สวัสดีครับ วันนี้ขออนุญาตเอาเรื่องของเครดิตภาษีปันผลจากบล็อกเก่ามาโพสต์ที่นี่อีกทีนะครับ

จริงๆ แล้วบทความนี้ออกจะเป็นที่แพร่หลายและค่อนข้างนานแล้ว แต่ผมเห็นว่ามีประโยชน์ และคงมีหลายๆคนที่ต้องคำนวณเครดิตภาษีปันผลกันทุกปี

นอกจากบทความแล้ว ผมได้นำไฟล์ spread sheet ของ excel สำหรับใช้คำนวณเครดิตภาษีปันผลซึ่งได้มาจากคุณ teetotal แห่ง ThaiVI ที่แจก ณ http://www.thaivi.com/webboard/viewtopic.php?t=15277&postdays=0&postorder=asc&start=0 มาอัพไว้สำหรับให้ download กันด้วยครับ หวังว่าคงมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ

download จิ้มที่นี่เลยครับ

เครดิตภาษีเงินปันผล ผลประโยชน์ที่ถูกมองข้าม

โดย ธันวา เลาหศิริวงศ์ thanwa@hotmail.com
จาก ThaiVI

ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจกับเรื่องการเสียภาษีรายได้ส่วนบุคคลไม่มากนัก ทั้งนี้เนื่องจาก บริษัทที่ทำงานประจำได้คำนวณภาษีจากฐานเงินได้สุทธิและนำภาษีที่หัก ณ. ที่จ่าย ส่งกรมสรรพกรเป็นประจำทุกเดือน สิ่งที่ทำก็คือการกรอกรายละเอียดให้ถูกต้องและยื่นแบบการเสียภาษีให้ทันช่วงปลายเดือนมีนาคมของทุกๆ ปี

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า หรือ value investor นั้น นอกจากการลงทุนในกิจการที่เห็นว่าต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานเพื่อหวังส่วนต่างของราคาหุ้นในระยะยาวแล้ว เงินปันผลก็เป็นผลตอบแทนที่นักลงทุนแบบเน้นคุณค่าให้ความสำคัญอย่างมาก ช่วงเดือนเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคมของทุกปีจะเป็นช่วงที่นักลงทุนมีความสุขกันทั่วหน้า เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ได้ทยอยส่งเช็คเงินปันผลมาให้ผู้ถือหุ้นทุกคนถึงบ้าน ทั้งนี้จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับผลประกอบการและนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทนั้น ๆ ทั้งนี้มีบริษัทจดทะเบียนจำนวนหนึ่งที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลรายไตรมาส หรือราย 6 เดือน

นักลงทุนจำเป็นจะต้องรู้และเข้าใจเรื่องภาษี เพราะการจ่ายภาษีอากรให้ถูกต้องและครบถ้วนตามกฎหมายกำหนดเป็นสิ่งที่ผู้ลงทุนจะต้องถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ความเข้าใจเรื่องภาษียังอาจช่วยประหยัดรายจ่ายภาษีได้ด้วย สำหรับนักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาจะได้รับยกเว้นภาษีสำหรับ “กำไรจากการขายหลักทรัพย์” หรือ กำไรส่วนต่างราคาจากการซื้อขายหลักทรัพย์ (capital gain) ขณะที่ “เงินปันผล” นั้นบริษัทจะหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10 นักลงทุนมีสิทธิเลือกที่จะนำเงินปันผลนั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีปลายปีหรือไม่ก็ได้ ซึ่งหากเลือกที่จะนำเงินปันผลนั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ปลายปี กรณีนี้จะได้รับเครดิตภาษีเงินปันผล

เพื่อจะให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นผมจะยกตัวอย่างการคำนวณภาษี และ การขอเครดิตภาษีเงินปันผล การคำนวณดังกล่าวเป็นการคำนวณในกรณีที่ผู้ลงทุนไม่มีรายได้อื่น ดังนั้นฐานภาษีจะอยู่ในระดับต่ำสุด หากผู้ลงทุนมีรายได้ประจำหรือรายได้อื่น ต้องนำรายได้ทั้งหมดมารวมกันแล้วจึงคำนวณการเสียภาษีในอัตราที่กำหนด ขอยกตัวอย่างดังนี้

เงินปันผลที่ได้รับ 70,000 บาท (1)

หักภาษี ณ.ที่จ่าย 10% 70,000 x 10% = 7,000 บาท (2)

เงินปันผลรับจริง (1) – (2) 70,000 – 7,000 = 63,000 บาท (3)

ขอเครดิตภาษีเงินปันผลได้ 70,000 x 3 / 7 = 30,000 บาท (4) *, **

ภาษีที่ถูกหักไว้ทั้งสิ้น (2) + (4) 7,000 + 30,000 = 37,000 บาท (5)

หากไม่มีรายได้อื่น จะมีรายได้ (1)+(4) 70,000 + 30,000 = 100,000 บาท (6)

หักค่าลดหย่อนส่วนตัว = 30,000 บาท

รายได้เหลือหลังค่าลดหย่อน = 70,000 บาท

เงินได้พึงประเมินต่ำกว่า 80,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ***, ****

แต่เนื่องจากเงินได้จากเงินปันผลนี้ไม่ใช่เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และมียอดตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไป

จึงต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้ร้อยละ 0.5 ของเงินได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย

ในกรณีนี้คือ 100,000 x 0.5% = 500 บาท (7)

ขอเงินภาษีคืนส่วนชำระเกิน (5) – (7) 37,000 – 500 = 36,500 บาท (

เงินปันผลได้รับจริง (3)+( 63,000 + 36,500 = 99,500 บาท (9)

หมายเหตุ
* บริษัทจดทะเบียนเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 30 จึงสามารถขอเครดิตภาษีคืนได้ในอัตรา 3/7 ดังนั้นผู้ที่มีรายได้ที่ต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 37 จะไม่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการของเครดิตภาษีปันผล

** ถือเป็นเงินได้พึงประเมินและให้ถือเป็นภาษีเงินได้ถูกหัก ณ. ที่จ่ายด้วย

*** เงินได้สุทธิ 80,000 บาทแรก ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตั้งแต่ปีภาษี 2546 เป็นต้นไป

ในตัวอย่างดังข้างต้น เงินปันผลจริงที่ได้รับคือ 99,500 บาท ไม่ใช่ 63,000 บาทอย่างที่เข้าใจ หรือสามารถขอเครดิตภาษีปันผลคืนได้ 36,500 บาท นับว่าไม่น้อยเลย ตัวอย่างดังกล่าวเป็นการคำนวณสำหรับบริษัทที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 30 จึงสามารถขอเครดิตภาษีคืนได้ในอัตรา 3/7 หากบริษัทเสียภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 25 ก็จะสามารถขอเครดิตภาษีคืนในอัตราลดลงมาคือ 1/5 หรือมาจาก 25 / ( 100-25) นั่นเอง อนึ่งสำหรับบริษัทที่ได้สิทธิยกเว้นในการเสียภาษี เราไม่สามารถนำมาขอเครดิตภาษีเงินปันผลได้ สำหรับผู้ถือหุ้น PTTEP จะได้ประโยชน์จากการขอเครดิตภาษีเงินปันผลอย่างมากเพราะ PTTEP เป็นธุรกิจที่ได้รับจากกิจการตามพระราชบัญญัติปิโตเลียม พ.ศ. 2541 ซึ่งเสียภาษีเงินได้นิติลบุคคลในอัตราร้อย 50 นั่นหมายความว่า ผู้ถือหุ้นของ PTTEP สามารถขอเครดิตเงินภาษีเงินปันผลได้ทั้งจำนวนนั่นเอง

หากจะอธิบายง่าย ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็คือ มีการเสียภาษีซ้ำซ้อนเนื่องจาก บริษัทจดทะเบียนที่มีกำไรได้ชำระภาษีนิติบุคคลแล้ว ขณะที่ผู้ลงทุนนั้นนำเงินปันผลมาคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกครั้งหนึ่ง ทางการจึงอนุญาตให้นักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดามีสิทธิเลือกที่จะนำเงินปันผลนั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีปลายปีเพื่อขอเครดิตภาษีปันผล ทั้งนี้นักลงทุนที่มีฐานภาษีอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำจะยิ่งได้ประโยชน์มากขึ้น การขอเครดิตภาษีเงินปันผลนี้จะเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้ประจำหรือวัยหลังเกษียณเนื่องจากไม่มีฐานภาษีดังตัวอย่างข้างต้น

สำหรับผมนั้นมองข้ามการขอเครดิตภาษีเงินปันผลมาหลายนาน นับจากนี้อัตราภาษีที่จ่ายของแต่ละบริษัทถือเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจลงทุน เนื่องจากผลประโยชน์เพิ่มเติมจากการขอเครดิตภาษีเงินปันผลดังกล่าว คำถามก็คงอยู่ที่ว่าท่านพร้อมที่จะให้ความสนใจกับผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับนี้ หรือยังคงละเลยผลประโยชน์ส่วนนี้ต่อไปอีก

Share this article: You can download this plugin at e4share.com
  • del.icio.us
  • Digg
  • Technorati
  • Google
  • YahooMyWeb
  • Left Hit
  • Kudd
  • Bogtor
  • Dunweb
  • Siam Collective

Champions are made from something they have deep inside them - a desire, a dream, a vision. They have to have the skill and the will. But the will must be stronger than the skill

“Champions are made from something they have deep inside them - a desire, a dream, a vision. They have to have the skill and the will. But the will must be stronger than the skill” – Muhammad Ali

โมฮัมมัด อาลี เป็นนักมวยในดวงใจตลอดกาลของคนหลายล้านคนรวมทั้งผมด้วย

กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์เปี้ยนโลก โมฮัมมัด อาลี ต้องผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนัก แต่เคล็ดลับความสำเร็จของเขาไม่ได้มาจากพลังกายที่แข็งแกร่งอย่างเดียว แต่มาจากพลังใจที่มุ่งมั่นและพร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อชัยชนะ

ผมเชื่อว่าทุกคนสามารถกำหนดวิถีชีวิตของตัวเองได้ จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ล้วนขึ้นอยู่กับใจตัวเอง

จริงอยู่ที่คนเราเกิดมามีต้นทุนหลายอย่างที่ไม่เท่าเทียมกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องสร้างด้วยตัวเอง คือ พลังใจ

หากเราปิดกั้นตัวเองด้วยคำว่า “เป็นไปไม่ได้” ความฝันก็คงเป็นแค่ความฝันอยู่อย่างนั้น

เหมือนตอนที่ผมมาทำงานที่นี่ใหม่ ๆ ตอนนั้นบริษัทประสบปัญหาหลายอย่าง ทั้งด้านการเงิน ภาพลักษณ์ของแบรนด์ (มีคนบอกว่าบริการพรีเพดของเรา มีภาพลักษณ์เหมือนหญิงแก่น่าเบื่อ!) ช่องว่างระหว่างผู้บริหารกับพนักงาน และโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อนซึ่งไม่เอื้อต่อการตัดสินใจที่รวดเร็ว

หากเราถอดใจยอมรับสภาพ เราก็คงเป็นผู้แพ้ตลอดกาล

แต่เพราะเราตั้งใจที่จะสู้ในวันนั้น ทำให้เรามีวันนี้ได้

ผมไม่ได้บอกว่าเราเป็นผู้ชนะในการแข่งขัน แต่ผมคิดว่าผลจากพลังใจของพนักงานทุกคน ทำให้เราสามารถมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งขึ้น มีโครงสร้างองค์กรที่ช่วยให้กระบวนการตัดสินใจรวดเร็วยิ่งขึ้น และมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงมากกว่าเดิม

ผมถึงคิดว่า “ใจ” สำคัญที่สุด ถ้าเราเชื่อสักอย่างว่าเราทำได้ ต่อให้ยากเย็นแค่ไหน เราก็จะทำมันให้เกิดขึ้นจริง ขอเพียงแต่อย่าท้อเสียก่อนเท่านั้นเอง

ผมมักจะพูดเสมอว่า เวลาเลือกคนมาทำงานด้วย ผมจะดูที่ ทัศนคติ มากกว่า ทักษะ เพราะผมเชื่อว่า ทัศนคติที่ดี เป็นตัวกำหนดการกระทำและผลงานที่จะตามมา

มีหลายคนถามผมว่า แล้วทัศนคติที่ดี คืออะไร สำหรับผมแล้ว ทัศนคติที่ดีประกอบด้วย ความรัก ความมุ่งมั่นในงานที่ทำ และที่สำคัญคือ ความเชื่อมั่นว่าทุกสิ่งสามารถเกิดขึ้นได้ หากเราพยายาม.

ที่มา : คอลัมน์ Quote of the day โดย ซิคเว่ เบรคเก้ นสพ. กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 27 ตุลาคม 2549

Share this article: You can download this plugin at e4share.com
  • del.icio.us
  • Digg
  • Technorati
  • Google
  • YahooMyWeb
  • Left Hit
  • Kudd
  • Bogtor
  • Dunweb
  • Siam Collective